เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาผิวต่าง ๆ ก็ตามมา ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังเหี่ยว ผิวหนังหย่อนคล้อย จะเร็วหรือจะช้าสาเหตุก็อาจเกิดมาจากพฤติกรรมหรืออาหารในชีวิตประจำวันของแต่ละคน อีกหนึ่งสาเหตุที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ร่างกายสร้างคอลลาเจนลดลง แล้วเราจะทำยังไงให้มีการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นล่ะ ? มีหลากหลายวิธีมาก ๆ ในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน แต่มี 1 วิธีที่ใหม่ล่าสุดและมาจากยุโรป นั่นก็คือ Profhilo แล้ว Profhilo คืออะไร ? ใช่ฟิลเลอร์หรือเปล่า ? เหมาะกับใคร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? สามารถติดตามที่บทความนี้ได้เลย
Profhilo คืออะไร
Profhilo (อ่านว่า – โปรฟิโล) เป็นตัวยาที่ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ตัวใหม่ล่าสุดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูรอนิกบริสุทธิ์ มีความเข้มข้น 64 มิลลิกรัม โดยใช้เทคโนโลยี Nahyco Hybrid Technology จากบริษัท IBSA Group ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตกรดไฮยาลูรอนิก ได้การรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาทั้งของยุโรปและประเทศไทย
หลักการทำงานของ Profhilo
Profhilo มีกรดไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่ที่ไม่เหมือนที่อื่นคือ ตัวกรดไฮยาลูรอนิกจะผ่านกระบวนการพิเศษจากเทคโนโลยี Nahyco Hybrid Technology ที่เป็นการสร้างพลังงานความร้อนแบบจำเพาะ ทำให้กรดไฮยาลูรอนิกมีการสร้างพันธะต่อกันเป็นโครงสร้างแบบพิเศษที่เรียกว่า Hybrid Cooperative Complex (HCC) มีลักษณะเป็นของเหลว ทำให้สารมีความเสถียรและกระจายตัวได้ดี มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ประเภท Cross-Linked Hyaluronic Acid ที่ไม่ได้ถูกผลิตมาสำหรับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
Profhilo แตกต่างจากฟิลเลอร์ตัวอื่น ๆ ยังไง
โครงสร้างของ Profhilo จะประกอบไปด้วยกรดไฮยาลูรอนิก 2 โมเลกุลด้วยกัน คือ โมเลกุลสายสั้น 32 มิลลิกรัม กับ โมเลกุลสายยาว 32 มิลลิกรัม ทั้งสองโมเลกุลจะถูกรวมผ่านความร้อนโดยที่ไม่ผ่านสารเคมีใด ๆ มาทำการเชื่อมพันธะกัน (No Cross-Linked) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจำเพาะของบริษัท IBSA ที่เรียกว่า Nahyco Hybrid Technology ทำให้ได้กรดไฮยาลูรอนิกที่มีความเข้มข้นถึง 64 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าฟิลเลอร์อื่น ๆ ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว สามารถอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น และยังกระจายตัวได้ดี ไม่มีการจับตัวกันเป็นก้อน เนื่องจากกระบวนการผลิตกรดไฮยาลูรอนิกไม่มีสารเคมีใด ๆ มาผสมเลย HA ที่ได้จะมีความบริสุทธิ์มาก ทำให้ Profhilo ช่วยลดการอักเสบของผิวและลดโอกาสการเกิดการอุดตันของเส้นเลือด ดังนั้นตัวยาจะสามารถฉีดได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ใบหน้า คอ รวมไปถึงลำตัว
ตารางการเปรียบเทียบระหว่าง Profhilo กับ ฟิลเลอร์
Profhilo | ฟิลเลอร์ |
มีลักษณะเป็นของเหลว | มีลักษณะหนืด ไม่เหลว |
ไม่สามารถเติมเต็มผิวได้เหมือนฟิลเลอร์ | เติมเต็มผิว |
เนื้อจะเนียนไปกับผิว ทำให้ผิวเต่งตึง | เนื้อขึ้นทรงและมีความเต่งตึง |
เน้นบำรุง ปรับปรุงโครงสร้างผิว ฟื้นฟูผิว | ปรับรูปหน้า เติมเต็มริ้วรอย |
Profhilo แตกต่างกับ Sculptra และ Radiesse อย่างไร
การกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Biostimulator มีหลากหลายตัวให้เลือก ทั้ง Sculptra และ Radiesse แล้วทั้ง 3 ตัว รวมไปถึง Profhilo ด้วย แตกต่างกันอย่างไร
Profhilo
จะแตกต่างจาก Sculptra กับ Radiesse ตรงที่ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนได้ทุกชั้นผิว ตั้งแต่หนังแท้ชั้นต้นจนถึงหนังแท้ชั้นลึก ทำให้ฉีดได้ทั้งชั้นลึกและชั้นตื้น เพื่อเพิ่มความเรียบเนียนและความเฟิร์มของผิว ผิวจึงมีความชุ่มชื้น แน่นฟูมากขึ้น แต่จะไม่ช่วยในเรื่องเพิ่มปริมาตรหรือยกหน้า
Sculptra
Sculptra จะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นคอลลาเจนที่หนังแท้ชั้นลึก ทำให้โครงสร้างผิวมีความเฟิร์มแน่นและเพิ่มความหนาของผิว หากใช้ยาในปริมาณที่มากพอ จะช่วยเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่มีความตอบ เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ เป็นต้น และยังช่วยยกกรอบหน้าได้อีกด้วย
Radiesse
Radiesse เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มผิวระยะสั้น และขณะเดียวกันก็จะมีการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
กล่าวคือ Profhilo สามารถฉีดผิวชั้นตื้นได้ ส่วน Sculptra กับ Radiesse นั้นไม่สามารถทำได้ โดยจะเน้นทำให้ผิวชั้นบนเรียบเนียน ชุ่มชื้น เฟิร์มกระชับ
Sculptra กับ Radiesse จะเน้นไปที่ผิวชั้นลึกและโครงสร้างผิวมากกว่า
Profhilo ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ แลดูสุขภาพดี ไม่แห้งกร้าน
- ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น เต่งตึงดูสุขภาพดี
- ช่วยลดเรือนริ้วรอย คอลลาเจนจะเข้าไปเติมเต็มริ้วรอยให้ตื้นและกระชับขึ้น
- ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่ม โดยทำให้ผิวมีความกระชับขึ้น
- ช่วยให้ผิวมีความกระจ่างใส เรียบเนียน ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin
- ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว ทำให้เซลล์ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น
Profhilo เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- เหมาะกับผู้ที่ผิวมีความเหี่ยว รอยย่น ต้องการฟื้นฟูให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง
- เหมาะกับผู้ที่มีรอยแผลจากสิวและหลุมสิว
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวมีความเนียน
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวอักเสบ
- เหมาะกับผู้ที่ผิวแห้งกร้าน ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
ฉีดจุดไหนได้บ้าง
การฉีด Profhilo จะใช้เทคนิคการฉีดที่เรียกว่า BAP (Bio Aesthetic Points) โดยจะฉีดบริเวณใบหน้า 5 จุด และบริเวณลำคอ 10 จุด ยาจะค่อย ๆ กระจายตัวไปทั่วใบหน้าและลำคอเอง ไม่จำเป็นต้องไล่ฉีดทุกจุด ลดระยะเวลาการพักฟื้นและยังรู้สึกเจ็บน้อยลงอีกด้วย
ต้องฉีดกี่ครั้ง
การฉีด Profhilo ควรฉีดให้ครบ 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะใช้ปริมาณ 1-2 cc โดยเว้นระยะห่างในกันฉีดประมาณ 1 เดือน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ และอาจจะฉีดอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี เพื่อคงสภาพผิวที่อ่อนเยาว์ และชะลอผิวไม่ให้กลับมาเหี่ยวย่นอีก
เห็นผลกี่วัน
สามารถเห็นผลลัพธ์หลังฉีดได้ทันที หลังการฉีด 1 วัน ผิวจะเริ่มอิ่มน้ำดูสดใส เมื่อผ่านไป 3 เดือน จะรู้สึกเลยว่า ผิวจะค่อย ๆ มีความกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและพฤติกรรมของคนไข้เอง
ฉีดแล้วมีผลข้างเคียงไหม
Profhilo เป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผลิตจากกรรมวิธีที่จำเพาะจากบริษัท IBSA มีคุณสมบัติเป็นของเหลว ทำให้ยาสามารถซึมซับเข้าผิวได้ดีโดยไม่มีการตกตะกอนใด ๆ ผ่านการรับรองจาก FDA ยุโรปและประเทศไทย หลังจากที่ฉีดไปแล้ว อาจมีรอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อย สามารถหายเองได้ภายใน 1 สัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เลย
การเตรียมตัวก่อนฉีด Profhilo
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำและอาการบวมหลังทำ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมในการฉีด Profhilo
- งดยาหรืออาหารเสริมบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน น้ำมันปลา วิตามินอี รวมไปถึงสมุนไพรบางชนิดอย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด
- หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนการฉีดทุกครั้ง
- ในวันที่เข้ารับบริการ ควรเลี่ยงการแต่งหน้าและทำความสะอาดหน้าให้เรียบร้อยก่อนพบแพทย์
การดูแลตัวเองหลังฉีด Profhilo
- หลีกเลี่ยงการออกแดด หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน เช่น การอบซาวน่า หรือหากจำเป็นต้องออกแดดจริง ๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป
- งดออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดเหงื่อ 24 ชั่วโมงหลังฉีด
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และ Retinol ภายใน 3 วันแรกหลังฉีด เนื่องจากส่วนผสมดังกล่าวมีฤทธิ์เป็นกรด
- หลังการฉีดอาจมีตุ่มเล็ก ๆ คล้ายๆยุงกัดบริเวณที่ฉีด สามารถหายเองได้ภายใน 1-2 วัน ไม่จำเป็นต้องไปนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด
สรุปProfhilo คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
Profhilo เป็นหัตถการที่ใช้ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ล่าสุดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ กรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งถูกผลิตโดยเทคโนโลยีจำเพาะจากบริษัท IBSA อย่าง Nahyco Hybrid Technology มีลักษณะเป็นของเหลว ทำให้สามารถอยู่ในร่างกายได้ดีขึ้นและกระจายตัวได้ดี ช่วยในเรื่องการบำรุงและปรับปรุงโครงสร้างผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่มีริ้วรอยและหลุมสิว โดยไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1 ปี