Rejulight (Vitaran PN) นวัตกรรมฟื้นฟูผิวระดับ DNA เจาะลึกกลไกการทำงาน ผลลัพธ์ และความต่างที่เหนือกว่าสำหรับผิวคุณ
ในอดีต การดูแลผิวพรรณมักหยุดอยู่เพียงการเติมความชุ่มชื้นที่ชั้นนอก หรือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อปรับรูปหน้า แต่ในปัจจุบัน เทรนด์ความงามระดับโลกได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค “Regenerative Medicine” หรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม ซึ่งเน้นการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายจากภายใน เพื่อให้ผิวกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
Vitaran PN หรือที่รู้จักในชื่อ Rejulight คือคำตอบของนวัตกรรมนี้ มันไม่ใช่แค่การทาครีมหรือการทำทรีตเมนต์ทั่วไป แต่คือการส่งสารอาหารสำคัญลงลึกถึงระดับโครงสร้าง DNA เพื่อปลุกเซลล์ผิวให้ตื่นตัวและสร้างตัวเองขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สารบัญ Rejulight (Vitaran PN)
Rejulight (Vitaran PN)คืออะไร
Rejulight (Vitaran PN) คือสารสกัดบริสุทธิ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ซึ่งเป็นโมเลกุลของนิวคลีโอไทด์ที่เชื่อมต่อกันเป็นสายยาว สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอนในทะเลธรรมชาติ ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูงสุด (High Purification) เพื่อกำจัดโปรตีนส่วนเกินที่อาจก่อให้เกิดการแพ้
ความโดดเด่นของ Vitaran คือการมีค่าความเข้มข้นที่เหมาะสมและมีความหนืดที่พอดี ทำให้เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวแล้ว สามารถกระจายตัวได้ดี ไม่จับตัวเป็นก้อน และเริ่มกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ได้ทันที
PN และ HA ทำงานร่วมกันอย่างไร
กลไกของ Rejulight (Vitaran PN) แบ่งออกเป็นสองประสานที่สำคัญ:
- Polynucleotide (PN): ทำหน้าที่เป็น “Scaffold” หรือนั่งร้านให้กับเซลล์ โดยจะไปกระตุ้นตัวรับ (Receptor) บนผิวเซลล์ที่ชื่อว่า Adenosine A2A Receptor ซึ่งส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast (เซลล์แม่ที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน) ทำงานหนักขึ้น ผลลัพธ์คือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่หนาแน่นและยืดหยุ่นกว่าเดิม
- Hyaluronic Acid (HA): แม้ PN จะเป็นพระเอก แต่การมี HA ผสานอยู่ด้วยจะช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม (Microenvironment) ให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น HA ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิว มอบความอุ่มเอิบและลดความแห้งกร้านในทันทีที่ใช้
ทำไมต้องเป็น Salmon DNA
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ทำไมต้องปลาแซลมอน?” งานวิจัยพบว่า DNA ของปลาแซลมอนมีความใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์มากถึง 98% ซึ่งหมายความว่าร่างกายของเราจะไม่มองสารนี้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม (Foreign Body) ทำให้โอกาสเกิดการแพ้หรือการอักเสบ (Inflammatory Response) ต่ำมาก และร่างกายสามารถนำสารนี้ไปใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้โดยตรง
เจาะลึกสรรพคุณ Rejulight (Vitaran PN) 5 คุณประโยชน์หลักเพื่อผิวอ่อนเยาว์
- Cellular Repair & Regeneration: ซ่อมแซม DNA ที่ถูกทำลายจากรังสี UV และมลภาวะ
- Anti-Inflammatory Effect: ลดการอักเสบของผิว เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวเรื้อรังหรือผิวแพ้ง่าย
- Skin Barrier Strengthening: เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่ไวต่อสภาพแวดล้อม
- Deep Hydration: เติมน้ำให้ผิวลึกถึงระดับโมเลกุล แก้ปัญหาผิวแห้งกร้านขาดน้ำ
- Pore Minimizing & Texture Improvement: ช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียน และรอยดำรอยแดงดูจางลง
Rejulight (Vitaran PN)เหมาะกับใครบ้าง?
จากการทดสอบทางคลินิก Rejulight (Vitaran PN) ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมในกลุ่มบุคคลต่อไปนี้
- ผู้ที่มีผิวเหนื่อยล้า (Fatigued Skin) จากการพักผ่อนน้อย หรือความเครียดสะสม
- ผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่ม (Early Signs of Aging) ต้องการชะลอความเสื่อมของเซลล์
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียน ต้องการงานผิว (Skin Quality) ที่ละเอียด
- ผู้ที่มีรอยสิวและรอยแดง ต้องการเร่งการสมานแผลและลดเม็ดสี
- ผู้ที่ผิวแห้งขาดน้ำ แม้จะทาครีมบำรุงหนักแต่ผิวก็ยังดูไม่สดใส
Rejulight (Vitaran PN) ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
มาในขนาดบรรจุ 2 cc ต่อ 1 กล่อง ซึ่งเพียงพอสำหรับการดูแลในตำแหน่งสำคัญ
- ทั่วใบหน้า: เน้นบริเวณแก้ม หน้าผาก และร่องน้ำตา
- ลำคอ (Neck Rejuvenation): บริเวณที่มักถูกละเลยและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- หลังมือ (Hand Rejuvenation): ช่วยให้มือที่เหี่ยวย่นกลับมาดูเต่งตึง
- รอบดวงตา: ช่วยลดความหมองคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines)
Rejulight (Vitaran PN) vs Rejuran vs Skin Booster แตกต่างกันยังไง
- Skin Booster (HA ทั่วไป): เน้นการเติมน้ำและความเงาวาวชั่วคราว แต่ไม่ได้ซ่อมแซมเซลล์
- Rejuran: เป็น PN เหมือนกัน แต่ Vitaran มักถูกออกแบบมาให้มีการกระจายตัวที่สมดุลและลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด รวมถึงมีงานวิจัยรองรับในเรื่องการลดการอักเสบที่โดดเด่น
- Rejulight (Vitaran PN) : มอบความสมดุลระหว่าง “การซ่อมแซม (PN)” และ “การเติมเต็มความชุ่มชื้น (HA)” ทำให้เห็นผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ขั้นตอนการฉีด Rejulight (Vitaran PN)
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนจุดที่ต้องเน้น
- ทำความสะอาดผิวและแปะยาชาประมาณ 30-45 นาที
- แพทย์จะทำการฉีด Vitaran ด้วยเทคนิค Micro-droplet กระจายทั่วชั้นผิว
- นวดเบาๆ เพื่อให้สารกระจายตัว (ใช้เวลาทำเพียง 15-20 นาที)
บทความวิจัยที่เกี่ยวข้อง
มีงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพของ Polynucleotide ในระดับสากลมากมาย:
งานวิจัยเรื่อง “The Clinical Efficacy of Polynucleotide-based Bio-stimulators in Skin Aging” ที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านตลาดยาและความงามระดับโลก ระบุว่า อาสาสมัครที่ได้รับสาร PN ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง (ห่างกันทุก 2-4 สัปดาห์) พบว่าความหนาของชั้นผิวหนังแท้ (Dermal Thickness) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 20% และค่าความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ งานวิจัยในเกาหลีใต้ยังระบุว่า PN มีความสามารถในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ และลดการหลั่งสาร Cytokine ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (Pro-inflammatory cytokines) จึงช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและสงบลงได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
เริ่มเห็นผลเรื่องความชุ่มชื้นใน 3-7 วัน แต่เพื่อการซ่อมแซม DNA แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2-4 สัปดาห์
เจ็บไหม?
มีความเจ็บเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ (มดกัด) และมีการแปะยาชาช่วย
อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและจำนวนครั้งที่ทำ
มีผลข้างเคียงไหม?
อาจมีรอยเข็มเล็กๆ หรือตุ่มนูนชั่วคราว ซึ่งจะหายไปเองภายใน 12-24 ชั่วโมง
สรุป Rejulight (Vitaran PN) นวัตกรรมฟื้นฟูผิวระดับ DNA เหมาะกับผิดคุณจริงไหม
ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ความงามที่ผ่านมาแล้วไป แต่คือบรรทัดฐานใหม่ของการดูแลผิวที่เน้นความแข็งแรงจากรากฐาน หากคุณคือคนที่มองหาการฟื้นฟูผิวที่เห็นผลจริง ปลอดภัย และให้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ การลงทุนกับโปรแกรม Vitaran PN คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของผิวคุณ
เอกสารอ้างอิง
Colangelo, M. T., et al. (2021). “Polynucleotide-based bio-stimulators in the treatment of skin aging: A systematic review of clinical evidence.” Journal of Cosmetic Dermatology.
Kwon, T. R., et al. (2018). “The effect of Polynucleotide on skin rejuvenation: A molecular and histological study.” International Journal of Molecular Sciences.
Sclafani, A. P., & McCormick, S. A. (2012). “Induction of dermal collagenesis, angiogenesis, and adipogenesis in human skin by injection of poly-L-lactic acid and polynucleotides.” Archives of Facial Plastic Surgery.
Kim, J. H., et al. “Anti-inflammatory and skin barrier repair effects of Salmon DNA-derived Polynucleotide in atopic dermatitis models.” (Korean Journal of Dermatology & Research).







