สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นพันพ้นอันหาที่สุดไม่ไม่ได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาด พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท โชลคลินิก จำกัด
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow

Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง? อัปเดตรุ่นฮิต 2026 พร้อมเปรียบเทียบ

Table of Contents

หลายคนคงมักจะได้ยินเทคโนโลยี Monopolar RF แต่ยังมีข้อสงสัยว่า เทคโนโลยี Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง บทความนี้จะพามาอัปเดตรุ่นฮิต พร้อมเปรียบเทียบเครื่อง Monopolar RF รุ่นที่ได้รับความนิยม เพื่อให้ได้เข้าใจเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กับปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด

ทำความรู้จักกับ Monopolar RF คืออะไร

ทำความรู้จักกับ Monopolar RF คืออะไร

Monopolar RF หรือ Monopolar Radio Frequency เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว จึงทำให้ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ได้ลึกว่า RF รูปแบบอื่น ๆ ทำหน้าที่ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ อีกทั้งยังช่วยสลายไขมันบางส่วนได้ โดย Monopolar RF ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่เห็นผลลัพธ์อย่าชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด เช่น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย รวมถึงปัญหาไขมันสะสมบริเวณเหนียงหรือแก้มได้

หลักการทำงาน

หลักการทำงานของ Monopolar RF เป็นการส่งพลังงานไปยังชั้นผิว ทำให้เกิดความร้อนลึก ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่เกิดการหย่อนคล้อยเกิดการหดตัว ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นการฟื้นฟูของร่างกายให้เริ่มสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะสามารถเห็นผลได้ชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 3-6 เดือน จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวที่แน่นกระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์

Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง

Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง

เครื่อง Monopolar RF ในตลาดความงามมีหลากหลายชนิดที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแต่รุ่นยอดฮิตนั้นก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่มีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

Oligio X กังนัมคลินิกเลือกใช้

  • จุดเด่น : Oligio X รุ่นอัปเกรดพลังงานสูงขึ้น (400W) พร้อมระบบ Dual Mode (G&X) ช่วยทั้งงานผิวและสลายไขมัน ระบบคูลลิ่งเย็นกว่าเดิม 2 เท่า
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat)
  • ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่นลึกแต่ผิวชั้นบนเย็นจัด สบายผิวและเจ็บน้อยลงกว่ารุ่นเดิม

Oligio (รุ่นเก่า)

  • จุดเด่น : เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากประเทศเกาหลี ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิว และมีระบบคูลลิ่งที่ช่วยปกป้องผิว
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ (Dermis)
  • ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่นไปจนถึงร้อน แต่ยังมีความผ่อนคลาย

Thermage FLX

  • จุดเด่น : Thermage FLX เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน โดยมีระบบที่ช่วยปรับพลังงานให้เหมาะสมกับผิวที่เรียกว่า AccuREP
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis)
  • ความรู้สึกขณะทำ : จะรู้สึกร้อนในชั้นผิว

Density

  • จุดเด่น : เป็นเทคโนโลยีที่รวมคลื่น Monopolar และ Biopolar RF ไว้ในหัวเดียวกัน
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นผิวหนังแท้และชั้นผิวหนังกำพร้า (Dermis & Epidermis)
  • ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่น สบาย

Volnewmer

  • จุดเด่น : เป็นการใช้พลังงาน RF แบบต่อเนื่อง พร้อมด้วยระบบสั่นเพื่อช่วงเบี่ยงเบนความรู้สึก
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ (Dermis)
  • ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่น

XTHERMA

  • จุดเด่น : เป็นการเน้นการใช้พลังงานเพื่อกระชับผิวควบคู่ไปกับการสลายไขมันใต้ชั้นผิว
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นไขมันใต้ผิว
  • ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกร้อนลึก

XERF

  • จุดเด่น : ใช้พลังงานแบบ 2 ความถี่ (Dual-Frequency Monopolar RF) ทำให้พลังงานสามารถลงได้หลายชั้นผิวพร้อมกัน
  • ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : หลายชั้นผิว
  • ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกร้อนลึก
🔬

งานวิจัยที่รองรับประสิทธิภาพของ Monopolar RF

เทคโนโลยี Monopolar RF มีผลการศึกษาทางคลินิกยืนยันว่า คลื่นความถี่ 6.78 MHz (ในเครื่องมาตรฐานอย่าง Oligio X หรือ Thermage) สามารถส่งความร้อน 40-60°C ลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้น Collagens Remodeling ช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่องนาน 3-6 เดือน

นอกจากนี้ งานวิจัยในวารสารด้านผิวหนังยังระบุว่าพลังงานที่ส่งลงลึกถึงชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) มีส่วนช่วยในการสลายไขมัน (Lipolysis) ทำให้แก้มและเหนียงดูยุบลง พร้อมกับระบบ Intelligent Cooling System ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความเจ็บขณะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือกเครื่อง Monopolar RF อย่างไรให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเอง

เลือกเครื่อง Monopolar RF อย่างไรให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเอง

การเลือกเครื่อง Monopolar RF ควรเลือกให้เหมาะสมกับปัญหาผิว และความต้องการในการแก้ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังต่อไปนี้

ปัญหาผิวบาง กังวลเรื่องความเจ็บ

เหมาะกับเครื่องที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีระบบคูลลิ่งที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้ เช่น Oligio, XERF หรือ Density จะช่วยทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายผิวในขณะที่ทำ

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีไขมันที่แก้มหรือเหนียง

เหมาะกับเครื่องที่เน้นการส่งพลังงานที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน เพื่อช่วยลดไขมันสะสมพร้อมกับช่วยกระชับผิว เช่น Thermage หรือ XTHERMA

ปัญหาผิวที่หลากหลายและต้องการแก้ไขพร้อมกัน

เหมาะกับการใช้เครื่องที่มีหลากหลายคลื่นความถี่ เพราะสามารถดูแลผิวได้หลากหลายระดับความลึกในครั้งเดียว เช่น Density หรือ XERF

Monopolar RF เหมาะกับใครบ้าง

Monopolar RF เหมาะกับใครบ้าง

การใช้เทคโนโลยี Monopolar RF นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิว ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดเจน และไม่ต้องการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณเหนียง แก้ม ร่องแก้ม มากเกินไป
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนในผิว เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์

ใครบ้างไม่เหมาะกับการใช้เครื่อง Monopolar RF

ถึงแม้ว่าเครื่อง Monopolar RF จะไม่มีความอันตราย แต่ในคนบางกลุ่ม อาจเกิดความเสี่ยงได้ โดยผู้ที่ไม่เหมาะหรือควรระวัง มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อ บริเวณที่ทำ
  • ผู้ที่มีการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีอุปกรณ์โลหะฝั่งอยู่ในร่างกาย
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งเพื่อประเมินสภาพผิว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Monopolar RF

Monopolar RF ต่างจาก Hifu หรือ Ulthera อย่างไร?

A: Monopolar RF (เช่น Oligio X, Thermage) จะใช้ “คลื่นวิทยุ” เน้นการสลายไขมันแก้ม/เหนียง และทำให้ผิวแน่นเฟิร์ม (Skin Tightening) ส่วน Hifu/Ulthera จะใช้ “คลื่นอัลตราซาวด์” เน้นการดึงหน้าในชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของโครงสร้างหน้าครับ

ทำไมต้องเลือกเครื่อง Oligio X ที่กังนัมคลินิก?

A: เพราะ Oligio X เป็นรุ่นใหม่ที่อัปเกรดพลังงานสูงขึ้นเป็น 400W และมีระบบ Dual Mode (G&X) ที่ช่วยทั้งกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือระบบคูลลิ่งเย็นกว่าเดิม 2 เท่า ทำให้ทำได้สบายผิวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บครับ

ต้องทำบ่อยแค่ไหน และเห็นผลเมื่อไหร่?

A: จะเริ่มเห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20% และเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนสร้างใหม่สมบูรณ์ ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับเครื่องและสภาพผิว) แนะนำทำปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงความอ่อนเยาว์ครับ

หลังทำต้องพักฟื้นไหม?

A: ไม่ต้องพักฟื้นครับ หลังทำผิวอาจมีรอยแดงชมพูระเรื่อเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีครับ

ใครบ้างที่ไม่ควรทำ Monopolar RF?

A: ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker), สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโลหะในบริเวณที่ต้องการทำ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการครับ

Monopolar RF ต่างจาก Hifu หรือ Ulthera อย่างไร?

A: Monopolar RF (เช่น Oligio X, Thermage) จะใช้ “คลื่นวิทยุ” เน้นการสลายไขมันแก้ม/เหนียง และทำให้ผิวแน่นเฟิร์ม (Skin Tightening) ส่วน Hifu/Ulthera จะใช้ “คลื่นอัลตราซาวด์” เน้นการดึงหน้าในชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของโครงสร้างหน้าครับ

สรุป Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง? อัปเดตรุ่นฮิต 2026 พร้อมเปรียบเทียบ

เครื่อง Monopolar RF มีหลากหลายรุ่น โดยแต่ละเครื่องนั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ช่วยแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Oligio, Thermage, Density หรือ โปรแกรม XERF โดยสิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้ ควรเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล และอยู่ภายในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม มีประสิทธิภาพอย่างที่ต้องการ และที่สำคัญมีความปลอดภัย

สำหรับคนที่สนใจโปรโมชั่น หรือข้อมูลหัตถการต่างๆ สามารถแอดไลน์ @gangnamclinic และช่องทาง Facebook เพื่อสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติม และสามารถเข้ามาปรึกษาหมอฟรี ที่กังนัมคลินิกใกล้บ้านคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อ้างอิง:

Dermatologic Surgery Journal & Journal of Drugs in Dermatology (Non-invasive RF Tightening & Lipolysis Study).

ปรึกษาหมอฟรี กังนัมคลินิก 43 สาขาใกล้บ้าน

Scroll to Top
gangnamclinicthailand