Juvelook มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาผิวได้จริงไหม

1_Juvelookช่วยแก้ปัญหาผิวได้จริงไหมมีข้อดีข้อเสีย อย่างไร

Table of Contents

Juvelook ไหมน้ำจากเกาหลี อีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถให้ผลลัพธ์ทั้งเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย เรียกได้ว่าผลลัพธ์แบบ 2 in 1 จึงตอบโจทย์สาว ๆ หลาย ๆ คนที่อยากมีผิวเต่งตึง สุขภาพดี แต่หลายคนก็ยังมีข้อสงสัยเช่นกันว่าJuvelook นั้นมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง และสามารถแก้ปัญหาผิวได้จริงไหม หาคำตอบไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้

Juvelook คืออะไร

Juvelook คือ Skin Booter ชนิดหนึ่ง แต่แตกต่างจากตัวอื่นตรงที่เป็นชนิด Hybrid ที่ผสมผสานระหว่างกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) และสาร PDLLA (Poly-D, L-Latic Acid) เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีจุดเด่นตรงที่สามารถแก้ไขปัญหาผิวที่แห้งเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว และสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ในระยะยาว ทำให้ผิวเต่งตึง รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยลดลง ที่สำคัญเหมาะกับทุกสภาพผิว

Juvelook ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง

จากการที่ Juvelook เป็น Skin Booter แบบชนิด Hybrid จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย โดยช่วยแก้ปัญหาผิวได้ดังนี้

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง เพื่อความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำ
  • ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ทำให้ริ้วรอยจางลง
  • ช่วยแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง กระชับรูขุมขน ให้ผิวกลับมาเรียบเนียน
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ ให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส
  • ช่วยแก้ปัญหาจุดด่างดำ ลดรอยสิว ช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยจางลง

Juvelook มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

Juvelook นั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ Juvelook นั้นมีข้อดี และ ข้อเสีย อย่างไรบ้าง โดยข้อดีและข้อเสียของมีดังนี้

ข้อดีของ Juvelook

  • มีส่วนผสมทั้ง HA และ PDLLA ในตัวเดียวกัน
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน
  • สามารถฉีดเฉพาะจุดได้ เช่น หน้าแก้ม ใต้ตา หรือทั่วใบหน้า
  • เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด
  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ประมาณ 18 เดือน หากฉีด 3 ขวดต่อเนื่อง
  • ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงจากการฉีดน้อย

ข้อเสียของ Juvelook

  • มีราคาที่ค่อนข้างสูง
  • ต้องมีเวลา เนื่องจากหากอยากได้ผลลัพธ์ชัดเจน ควรฉีดอย่างต่อเนื่อง 1 เดือน จนครบ 3 ครั้ง
  • ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นในการฉีด

Juvelook อันตรายไหม ถูกรับรองความปลอดภัยหรือยัง

Juvelook นั้นเป็นหัตถการที่ปลอดภัย ไม่อันตราย เป็นสารที่สามารถย่อยสลายได้เองในร่างกาย ไม่มีสารตกค้าง และมีผลข้างเคียงที่น้อยมาก มีแค่อาการบวมแดงเล็กน้อยในบริเวณที่ทำการฉีด ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 วัน อีกทั้งยังถูกรับรองความปลอดภัยจากอย. ของไทย และดูบทความเพิ่มเติม Juvelook ไหมน้ำจากเกาหลี ดีไหม ? ช่วยเรื่องอะไร ?

Juvelook เหมาะกับใครบ้าง

Juvelook นั้นเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวต่าง ๆ และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาผิวที่มากวนใจ สร้างความไม่มั่นใจ โดยเหมาะคนต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ลงโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่คอลาเจนในผิวเริ่มลดลง หรือผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดน้ำ ต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก ต้องการให้ริ้วรอยจางลง ทั้งริ้วรอยบนหน้าผาก รอบดวงตา ร่องแก้ม
  • ผู้ที่มีจุดด่างดำ รอยสิว รอยแดง ต้องการให้ผิวหน้ากระจ่างใส

Juvelook ไม่เหมาะกับใครบ้าง

สำหรับผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการฉีด Juvelook หรือไม่เหมาะกับการฉีดมีดังนี้

  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือสตรีที่ให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่แพ้กรด HA หรือ สาร PDLLA
  • ผู้ที่เป็นโรคกลัวเข็ม

ข้อปฏิบัติการเตรียมก่อนฉีด Juvelook ทำอย่างไรบ้าง

  • ทำการหาข้อมูล ดูรีวิว เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย ใช้ Juvelook ของแท้อย่างถูกต้อง
  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แจ้งประวัติการแพ้ยา ประวัติการฉีดหน้า
  • 3-4 วันก่อนฉีด งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA และ BHA หรือ Retinol
  • 1-2 วันก่อนฉีด งดการออกแดดจัด หรือทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อน เช่น ซาวน่า
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด

ข้อปฏิบัติการดูแลหลังฉีด Juvelook ควรทำอย่างไร

  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างเบามือ หลังฉีดทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการถู หรือขัดแรง ๆ
  • อาจจะมีตุ่มนูนขึ้นตามจุดบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และตุ่มนูนจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
  • ทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหลังจากทำความสะอาดหน้า
  • ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดและความร้อน เช่น ซาวน่า โยคะร้อน
  • 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เนื่องจากการทำให้ผิวระคายเคืองได้
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • 1-2 วันแรก งดออกกำลังกายที่ทำให้เสียเหงื่อมาก
  • 1-2 สัปดาห์แรก งดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงอย่าง รอยแดง รอยช้ำ อาการปวด และอาการคัน

Juvelook ราคาเท่าไหร่

Juvelook มีราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาทต่อครั้งในการฉีด แต่ทั้งนี้ราคา โปรโมชัน ต่าง ๆ ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปของแต่ละคลินิก แต่ถ้าหากเจอโปรโมชันที่ถูกมาก ๆ อาจจะต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนว่าเป็นของแท้ไหม ฉีดแล้วจะเกิดอันตรายหรือเปล่า ทั้งนี้ก่อนจะตัดสินใจฉีด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Juvelook

Juvelook ดีจริงไหม ช่วยแก้ปัญหาผิวได้จริงไหม

เนื่องจาก Juvelook นั้นผสมผสานระหว่างกรด HA และสาร PDLLA จึงดีจริง และสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ได้ เช่นปัญหาผิวแห้งกร้าน เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน มีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวในระยะยาวได้

Rejuran กับ Juvelook ต่างกันยังไง

Juvelook จะเหมาะกับผู้ที่อยากมีหน้าเด็ก เติมเต็มความชุ่มชื้น ยกกระชับ เติมเต็มริ้วรอย สร้างคอลลาเจน ส่วน Rejuran นั้นเหมาะกับผู้ที่อยากมีผิวที่แข็งแรง ชุ่มชื้น และอยากที่จะลดรอยดำ รอยแดงจากสิว

Juvelook กับ Sculptra ต่างกันยังไง

Juvelook เหมาะกับการฉีดเพื่อฟื้นฟูผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในระยะสั้น ส่วน Sculptra นั้นเหมาะกับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวหน้าในระยะยาวมากกว่า

ฉีด Juvelook ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือน

ฉีด Juvelook บริเวณใต้ตานั้นโดยเฉลี่ยฉีด 1 ครั้ง อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน แต่ถ้าหากฉีดครบกำหนดก็จะสามารถอยู่ได้ 18-24 เดือน

Juvelook อยู่ได้นานแค่ไหน

Juvelook ให้ผลลัพธ์ได้นานประมาณ 18-24 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงจำนวนครั้ง และปริมาณในการฉีดด้วย

Juvelook ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

หากอยากเห็นผลลัพธ์ที่ยาวนานแนะนำให้ฉีด Juvelook ต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งห่างกัน 1 เดือน หลังจากนั้นสามารถฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์ที่ยาวนานนั่นเอง

Juvelook กี่วันถึงเห็นผล

2-4 สัปดาห์ การสร้างคอลลาเจนจะเริ่มทำงาน ผิวเริ่มมีความกระชับขึ้น และหลังจากฉีด 3-6 เดือน เห็นผลชัดเจนขึ้น ผิวหน้าเรียบเนียน ริ้วรอยจางลง ผิวเต่งตึง

Juvelook กี่วันหายบวม

หลังจากฉีด Juvelook 1-2 วัน อาการบวมจะสามารถหายไปได้เอง และหลังจาก 2 สัปดาห์ อาการบวมจะค่อย ๆ ยุบ และเผยผิวเรียบเนียนขึ้น

ฉีด Juvelook เจ็บไหม

ฉีด Juvelook ไม่เจ็บ และก่อนฉีดมีการทายาชาเพื่อลดความเจ็บ อีกทั้งมีการใช้เข็มที่มีขนาดเล็ก จึงรู้สึกแค่ตึง ๆ หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ทำการฉีดเท่านั้น

สรุป Juvelook ช่วยแก้ปัญหาผิวได้จริงไหม

Juvelook เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวแบบครบวงจร จากคุณสมบัติที่มีการผสมผสานกันระหว่างกรด HA และสาร PDLLA ในตัวเดียวกัน ที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวได้ ช่วยให้ผิวกระชับ กระจ่างใส ร่องรอยดูจางลง โดยสามารถเลือกฉีดได้หลายตำแหน่งทั้ง หน้าแก้ม ใต้ตา หรือทั่วใบหน้าและเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด รวมถึงหากมีการฉีดต่อเนื่องตามที่กำหนด จะคงผลลัพธ์ได้อย่างยาวนาน หากคนไหนที่อยากฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ Juvelook จึงเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่แนะนำ  และคุ้มค่าแก่การฉีด

ปรึกษาหมอฟรี กังนัมคลินิก 40 สาขาใกล้บ้าน

Scroll to Top
gangnamclinicthailand