”แพทย์กังนัมคลินิก“ เทรนนิ่งเทคนิกการฉีด เพื่อสิ่งที่ดีที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow

Sculptra คืออะไร? ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับหน้าได้อย่างไร

Sculptra คืออะไร? ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับหน้าได้อย่างไร

Table of Contents

เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวค่อย ๆ ลดลง สิ่งที่มองเห็นอาจไม่ใช่แค่ริ้วรอย แต่รวมถึงผิวที่เริ่มบาง ขาดความแน่น แก้มดูตอบ และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม Sculptra จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นโครงสร้างและคุณภาพผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เน้นเปลี่ยนรูปหน้าอย่างฉับพลัน

Sculptra คือสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน หรือ Collagen Biostimulator มีส่วนประกอบสำคัญเป็น Poly-L-lactic Acid ชนิด PLLA-SCA เมื่อฉีดในตำแหน่งและชั้นผิวที่เหมาะสม อนุภาคของ PLLA-SCA จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่น เรียบ และมีโครงสร้างที่ดีขึ้น

Sculptra จึงต่างจากฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid หรือ HA ที่เน้นเติมปริมาตรและเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ผลของ Sculptra จะค่อย ๆ ปรากฏตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

Sculptra คืออะไร?

Sculptra คืออะไร?

Sculptra คือสารฉีดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบสำคัญเป็นอนุภาคของสาร Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA-SCA™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้ภายในร่างกาย แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นเติมเต็มในทันที เพราะ Sculptra จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่

เมื่อปริมาณคอลลาเจนเพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวจะค่อย ๆ ได้รับการฟื้นฟู ช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น และมีคุณภาพผิวดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือสูญเสียความแน่นของผิวจากอายุที่เพิ่มขึ้น โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทันทีเหมือนการฉีดฟิลเลอร์

Sculptra ได้รับการอนุมัติครั้งแรกในทวีปยุโรปเมื่อปี 1999 และปัจจุบันมีการใช้งานในมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยเว็บไซต์ทางการระบุว่า Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ฉีด PLLA-SCA™ สำหรับใบหน้าชนิดแรกและต้นแบบที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา หรือ US FDA ทั้งนี้ การรับรองดังกล่าวเป็นไปตามข้อบ่งใช้ที่กำหนดในประเทศสหรัฐอเมริกา Galderma

Sculptra ทำงานอย่างไร?

Sculptra ทำงานอย่างไร?

Sculptra มาในรูปแบบผงแห้งที่ต้องเตรียมเป็นสารแขวนลอยด้วยน้ำปราศจากเชื้อก่อนฉีด ไม่ได้มาในรูปเจลพร้อมฉีดเหมือนฟิลเลอร์ HA หลายรุ่น หลังฉีดอาจรู้สึกว่าบริเวณนั้นดูอิ่มขึ้นในช่วงแรก ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำที่ใช้เตรียมผลิตภัณฑ์ อาการอิ่มฟูนี้อาจลดลงเมื่อของเหลวถูกดูดซึม จึงไม่ควรใช้ภาพทันทีหลังฉีดเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์สุดท้าย

จากนั้นอนุภาค PLLA-SCA จะกระตุ้นกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อและดึงเซลล์ Fibroblast เข้ามาเกี่ยวข้อง เซลล์ดังกล่าวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างภายในผิว เมื่อเวลาผ่านไป PLLA-SCA จะค่อย ๆ สลาย ขณะที่คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นช่วยให้ผิวดูแน่น เรียบ และมีคุณภาพดีขึ้นกระบวนการนี้จึงเปรียบเหมือนการค่อย ๆ ซ่อมโครงผิวจากด้านใน ไม่ใช่การเติมพื้นที่ว่างให้เต็มในทันที

ฉีด Sculptra ช่วยอะไรบ้าง?

เมื่อใช้ในผู้ที่เหมาะสมและฉีดโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรม Sculptra อาจช่วยดูแลปัญหาต่อไปนี้

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย
  • ช่วยให้ผิวบริเวณแก้มดูแน่นและเรียบขึ้น
  • ช่วยให้ริ้วรอยและร่องบนใบหน้าดูตื้นขึ้น
  • ฟื้นปริมาตรและโครงสร้างผิวที่ลดลงตามวัยแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • ช่วยให้คุณภาพผิว ความยืดหยุ่น และความกระชับดูดีขึ้น
  • ช่วยให้แนวกรอบหน้าดูดีขึ้นในบางราย เมื่อวางแผนฉีดบริเวณแก้มอย่างเหมาะสม

คำว่า “ยกกระชับ” ในบริบทของ Sculptra หมายถึงผิวที่ดูแน่นและมีแรงพยุงดีขึ้นจากการฟื้นโครงสร้างและคอลลาเจน ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า หรือทดแทนเครื่องยกกระชับทุกชนิดได้

Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง?

  • ริ้วรอยบริเวณแก้ม
  • ร่องแก้มหรือร่องระหว่างจมูกกับมุมปาก
  • ร่องน้ำหมากหรือแนวจากมุมปากลงมา
  • ริ้วรอยบริเวณคาง

ตำแหน่งที่เหมาะสมจริงต้องพิจารณาจากโครงหน้า ความหนาของผิว ปริมาตรที่สูญเสีย และข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย ไม่ควรฉีดตามแผนเดียวกันทุกคน

ตามเอกสารกำกับของสหรัฐฯ ไม่ควรฉีด Sculptra เข้าในหลอดเลือด บริเวณริมฝีปากส่วนสีแดง หรือรอบดวงตา การฉีดผิดชั้นหรือผิดตำแหน่งเพิ่มความเสี่ยงต่อก้อนนูนและภาวะแทรกซ้อน จึงควรทำโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคและเทคนิคของผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ

Sculptra เหมาะกับใคร?

Sculptra อาจเหมาะกับผู้ที่

  • เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยหรือผิวขาดความแน่นจากการสูญเสียคอลลาเจน
  • มีแก้มตอบหรือโครงหน้าดูแฟบลงตามวัย
  • มีริ้วรอย ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมากที่ต้องการดูแลแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • ต้องการฟื้นคุณภาพผิวและความกระชับ โดยไม่ต้องการให้ใบหน้าเปลี่ยนทันที
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์ต้องใช้เวลา และอาจต้องรักษามากกว่าหนึ่งครั้ง
  • ยอมรับได้ว่าผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน

Sculptra อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเติมจุดเล็ก ๆ ให้เห็นรูปทรงทันที เช่น ปรับทรงปากหรือคางแบบเฉพาะจุด เพราะฟิลเลอร์ HA อาจตอบโจทย์ลักษณะดังกล่าวได้ตรงกว่า ทั้งนี้ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

ใครไม่ควรฉีด Sculptra?

ตามข้อมูลความปลอดภัยของ Sculptra และเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ ไม่ควรใช้ในผู้ที่

  • แพ้ส่วนประกอบใด ๆ ของผลิตภัณฑ์
  • มีประวัติหรือมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน
  • มีแผล การติดเชื้อ ผื่น สิวอักเสบ หรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีด
  • มีภาวะสุขภาพหรือใช้ยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออก ช้ำ หรือการติดเชื้อ โดยยังไม่ได้รับการประเมินจากแพทย์

ข้อมูลความปลอดภัยยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเพียงพอในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จึงควรหลีกเลี่ยง เว้นแต่มีข้อบ่งใช้และคำแนะนำจากแพทย์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เคยแพ้รุนแรง เคยเป็นเริม มีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด และอาหารเสริมบางชนิด ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ และไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตนเอง

Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

ตารางเปรียบเทียบ Sculptra และฟิลเลอร์ HA
หัวข้อเปรียบเทียบ Sculptra Collagen Biostimulator ฟิลเลอร์ HA Hyaluronic Acid Filler
สารสำคัญ PLLA-SCA Hyaluronic Acid
จุดประสงค์หลัก กระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นโครงสร้างผิว เติมปริมาตร ปรับรูปทรง หรือเติมร่องเฉพาะจุด
การเห็นผล ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน เห็นการเติมเต็มได้ทันทีหลังฉีด แม้อาจมีอาการบวมร่วมด้วย
ลักษณะผลลัพธ์ เน้นคุณภาพ ความแน่น และการพยุงผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นปริมาตรและรูปทรงในตำแหน่งที่ฉีด
จำนวนครั้ง โดยทั่วไปต้องวางแผนเป็นชุดการรักษา อาจทำครั้งเดียวหรือเติมภายหลังตามการประเมิน
การแก้ไข ไม่มีเอนไซม์ฉีดสลายแบบ Hyaluronidase สามารถพิจารณาฉีดสลายได้ในบางกรณี

ทั้งสองโปรแกรมไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกเพียงอย่างเดียวเสมอไป บางคนอาจเหมาะกับ Sculptra เพื่อฟื้นคุณภาพผิว ขณะที่ใช้ฟิลเลอร์ HA เติมโครงสร้างเฉพาะจุด แต่ต้องวางลำดับ ตำแหน่ง และระยะห่างโดยแพทย์

ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล?

หลังฉีดช่วงแรก ผิวอาจดูอิ่มขึ้นจากน้ำที่ใช้เตรียมผลิตภัณฑ์ เมื่อของเหลวถูกดูดซึม ความอิ่มดังกล่าวอาจลดลงก่อน จากนั้นผลจากการสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ปรากฏเว็บไซต์ Sculptra ระบุว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาทางคลินิกส่วนใหญ่เริ่มสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ประมาณ 1 เดือน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นผลพร้อมกันหรือชัดเท่ากัน โดยทั่วไปผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนตามสภาพผิว อายุ จำนวนครั้ง และแผนการรักษา

Sculptra ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ข้อมูลจาก Sculptra ระบุว่าแผนการรักษาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3 ครั้ง เว้นระยะอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ ส่วนเอกสารกำกับของสหรัฐฯ ระบุว่าสามารถวางแผนเป็นชุดได้สูงสุด 4 ครั้งในบางข้อบ่งใช้
ตัวเลขดังกล่าวเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่สูตรตายตัว แพทย์ต้องประเมินผลหลังแต่ละครั้งก่อนตัดสินใจว่าจำเป็นต้องฉีดเพิ่มหรือไม่ การฉีดมากเกินไปหรือรีบเติมก่อนเห็นผลที่กำลังพัฒนา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแก้ไขเกินและผลข้างเคียง

Sculptra 1 ขวด เห็นผลไหม? ต้องใช้กี่ขวด?

บางคนอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังใช้ 1 ขวด แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่า 1 ขวดจะเพียงพอสำหรับทุกคน จำนวนขวดขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่รักษา ระดับการสูญเสียโครงสร้างผิว เป้าหมาย และจำนวนครั้งที่แพทย์วางแผน

Sculptra 1 ขวด กี่ cc?

Sculptra มาในรูปผงแห้งต่อขวด จึงไม่มีปริมาตร cc แบบพร้อมฉีดตายตัวก่อนการเตรียม เอกสารกำกับของสหรัฐฯ ระบุวิธีเตรียมด้วยน้ำปราศจากเชื้อได้ทั้ง 5 mL หรือ 8 mL และในบางวิธีอาจเติม Lidocaine 1 mL ก่อนฉีด

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน?

Sculptra ระบุว่าผลลัพธ์จากการศึกษาสามารถคงอยู่ได้นานถึงประมาณ 2 ปี ทั้งนี้คำว่า “นานถึง” ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเห็นผลครบ 2 ปีเท่ากัน ระยะเวลาขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว การตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจน จำนวนครั้ง พฤติกรรมสุขภาพ และแผนดูแลต่อเนื่อง
Sculptra ไม่ใช่ผลลัพธ์ถาวร เมื่อเวลาผ่านไปกระบวนการเสื่อมตามวัยยังดำเนินต่อ แพทย์อาจนัดประเมินเพื่อพิจารณาการดูแลเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

Sculptra ราคาเท่าไร?

ราคา Sculptra ขึ้นอยู่กับจำนวนขวดที่ใช้ จำนวนครั้ง ตำแหน่งที่รักษา ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชันของแต่ละช่วง การเปรียบเทียบราคาควรดูเป็นราคาต่อขวดและแผนการรักษารวม ไม่ควรดูเฉพาะราคาต่อ cc เพราะปริมาตรหลังผสมสามารถแตกต่างกันได้
สำหรับราคาปัจจุบันของ Gangnam Clinic แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ ผ่านทางไลน์ @gangnamclinic และเข้ารับการประเมินก่อน เพื่อให้ทราบจำนวนขวดที่เหมาะกับปัญหาและงบประมาณของแต่ละคน

ขั้นตอนการฉีด Sculptra

ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามแพทย์และแผนการรักษา โดยทั่วไปประกอบด้วย

  • แพทย์ซักประวัติ ประเมินโครงหน้า คุณภาพผิว และข้อห้าม
  • วางแผนตำแหน่ง จำนวนขวด และจำนวนครั้ง
  • ทำความสะอาดผิวและพิจารณาวิธีลดความเจ็บตามความเหมาะสม
  • แพทย์เตรียมผลิตภัณฑ์ตามฉลากและฉีดในชั้นผิวที่กำหนด
  • นวดบริเวณที่ฉีดเพื่อช่วยให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ
  • นัดติดตามผลก่อนพิจารณาครั้งถัดไป

Sculptra มีข้อกำหนดด้านการเตรียมและเทคนิคการฉีดเฉพาะ จึงควรฉีดโดยแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

การเตรียมตัวก่อนฉีด Sculptra

  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา แผลเป็นคีลอยด์ เริม และหัตถการที่เคยทำ
  • แจ้งยา วิตามิน และอาหารเสริมทั้งหมดให้แพทย์ทราบ
  • หากมีแผล สิวอักเสบ ผื่น หรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนจนกว่าจะหาย
  • งดแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดโอกาสบวมช้ำ
  • ไม่หยุดยาประจำหรือยาที่แพทย์สั่งด้วยตนเอง

หลังฉีด Sculptra ดูแลอย่างไร?

Sculptra แนะนำหลัก 5-5-5 คือ นวดบริเวณที่ฉีดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วัน หรือตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์ เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ควร

  • ใช้ความเย็นประคบผ่านผ้าตามคำแนะนำ เพื่อลดบวมและช้ำ
  • หลีกเลี่ยงแดดจัด แสง UV และอุณหภูมิร้อนหรือเย็นจัด จนกว่าอาการบวมแดงจะดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการกด นวดแรง หรือทำหัตถการอื่นเองนอกเหนือจากวิธีที่แพทย์สอน
  • หากมีอาการปวดมาก ผิวซีดคล้ำ สีผิวผิดปกติ บวมแดงร้อนขึ้น มีไข้ หรือก้อนโตขึ้น ควรติดต่อคลินิกทันที

Sculptra มีข้อเสียและผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ข้อจำกัดของ Sculptra คือผลลัพธ์ไม่เกิดขึ้นทันที อาจต้องทำหลายครั้ง และไม่มีเอนไซม์ฉีดสลายแบบที่ใช้กับฟิลเลอร์ HA หากฉีดผิดชั้น เตรียมผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม หรือกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดก้อนนูนใต้ผิวได้

ผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่

  • บวม แดง เจ็บ กดเจ็บ หรือช้ำบริเวณที่ฉีด
  • เลือดออก คัน หรือรู้สึกเป็นก้อนในช่วงแรก
  • ตุ่มหรือก้อนใต้ผิวที่อาจเกิดตามหลังการฉีด
  • ก้อนขนาดใหญ่ การอักเสบ หรือสีผิวเปลี่ยน ซึ่งอาจเกิดช้าในบางราย
  • การติดเชื้อ
  • ภาวะหลอดเลือดอุดตัน เนื้อตาย หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หากฉีดเข้าสู่หรือใกล้หลอดเลือด

ทำเครื่องยกกระชับร่วมกับ Sculptra ได้ไหม?

เครื่องยกกระชับและ Sculptra มีกลไกต่างกัน จึงอาจวางแผนใช้ร่วมกันได้ในบางคน แต่ไม่ควรกำหนดลำดับหรือทำพร้อมกันเอง
เอกสารกำกับ Sculptra ของสหรัฐฯ ระบุว่า หากทำเลเซอร์ การผลัดผิวด้วยสารเคมี หรือหัตถการที่กระตุ้นการตอบสนองของผิวหลังฉีด Sculptra อาจมีความเสี่ยงต่อการอักเสบบริเวณที่ฉีด และความเสี่ยงดังกล่าวอาจเกิดได้หากฉีด Sculptra ก่อนที่ผิวจะหายจากหัตถการเดิม แพทย์จึงต้องพิจารณาชนิดเครื่อง ชั้นพลังงาน ตำแหน่งฉีด การฟื้นตัวของผิว และระยะห่างที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

เลือกฉีด Sculptra ที่ไหนดี?

ก่อนตัดสินใจ ควรพิจารณามากกว่าราคา โดยตรวจสอบว่า

  • มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดทุกเคส
  • แพทย์มีความรู้ด้านกายวิภาคและเทคนิคเฉพาะของ Sculptra
  • เปิดขวดและแสดงฉลาก เลขล็อต และวันหมดอายุให้ตรวจสอบได้
  • อธิบายจำนวนขวด จำนวนครั้ง ผลที่คาดหวัง และความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา
  • มีคำแนะนำหลังทำและช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
  • ไม่รับประกันผลลัพธ์เกินจริง หรือใช้ราคาต่อ cc ที่ไม่อธิบายวิธีคิด

ที่ Gangnam Clinic แพทย์จะประเมินโครงหน้าและสภาพผิวก่อนวางแผน เพื่อเลือกจำนวนขวดและจำนวนครั้งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือจองคิวประเมินกับสาขาใกล้บ้านได้

สรุป Sculptra คืออะไร? ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับหน้าได้อย่างไร

Sculptra เป็นสารฉีด PLLA-SCA ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นโครงสร้างผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูแน่น เรียบ และมีแรงพยุงดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงทันที จุดสำคัญไม่ใช่แค่เลือกว่าฉีดกี่ cc แต่คือการประเมินว่าเหมาะกับ Sculptra หรือไม่ ต้องใช้กี่ขวด ฉีดตำแหน่งใด และวางแผนกี่ครั้ง การปรึกษาแพทย์ก่อนทำจึงช่วยให้เห็นทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และความเสี่ยงของตนเองได้ชัดเจนที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sculptra

รวมคำตอบเกี่ยวกับการฉีด Sculptra ตั้งแต่จำนวนครั้ง การดูแลหลังฉีด ไปจนถึงผลลัพธ์และข้อควรระวัง

01 Sculptra อ่านว่าอะไร?

Sculptra อ่านได้ใกล้เคียงว่า “สกัลป์-ทรา” ในภาษาไทยอาจพบการเขียนว่า สเกาตร้า หรือ สคัลป์ทรา แต่ควรใส่ชื่อภาษาอังกฤษ Sculptra กำกับไว้ เพื่อป้องกันความสับสนกับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น

02 Sculptra เป็นฟิลเลอร์ไหม?

Sculptra มักถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มผิวหรือ Dermal Filler แต่ไม่ใช่ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid หรือ HA กลไกหลักของ Sculptra คือการกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจน จึงให้การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ต่างจากฟิลเลอร์ HA ที่เน้นเติมปริมาตรหรือปรับรูปทรงเฉพาะจุด

03 ฉีด Sculptra ครั้งเดียวพอไหม?

บางคนอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดครั้งแรก แต่เว็บไซต์ทางการของ Sculptra USA ระบุว่า แผนการรักษาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม จำนวนขวด จำนวนครั้ง และระยะห่างที่เหมาะสม ต้องให้แพทย์ประเมินจากโครงสร้างใบหน้าและผลตอบสนองหลังแต่ละครั้ง

04 Sculptra 1 ขวด กี่ cc?

Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดผงแห้งบรรจุในขวด ไม่ใช่เจลพร้อมฉีดที่กำหนดปริมาตรเป็น cc ตั้งแต่ต้น ปริมาตรจะเกิดขึ้นหลังแพทย์เตรียมผลิตภัณฑ์ด้วยน้ำปราศจากเชื้อ โดยเอกสารสหรัฐฯ มีแนวทางการเตรียมมากกว่าหนึ่งปริมาตร จึงควรเปรียบเทียบราคาเป็นจำนวนขวดและแผนการรักษารวม มากกว่าการเปรียบเทียบเฉพาะราคาต่อ cc ทั้งนี้ควรยึดฉลากที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย

05 หลังฉีด Sculptra หน้าบวมกี่วัน?

อาการบวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีดมักเป็นอาการชั่วคราว โดยอาการบวมและแดงอาจดีขึ้นภายในหลายชั่วโมงถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์ ส่วนเลือดคั่งหรือรอยช้ำบางรายอาจใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ หากอาการรุนแรงขึ้น ปวดผิดปกติ หรือไม่ดีขึ้นตามลำดับ ควรติดต่อแพทย์ผู้รักษา

06 หลังฉีด Sculptra ต้องนวดหน้าหรือไม่?

เว็บไซต์ Sculptra USA แนะนำหลัก 5-5-5 คือ นวดบริเวณที่ฉีดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน เพื่อช่วยกระจายผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอ แต่ควรทำตามตำแหน่ง วิธี และแรงนวดที่แพทย์ผู้ฉีดสอนเป็นหลัก

07 Sculptra อยู่ได้นานกี่ปี?

ข้อมูลจากการศึกษาที่เว็บไซต์ทางการอ้างอิงระบุว่า ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้นานถึงประมาณ 2 ปี แต่ไม่ใช่ผลลัพธ์ถาวร ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว จำนวนครั้ง จำนวนขวด และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

08 Sculptra อันตรายไหม?

Sculptra มีทั้งผลข้างเคียงทั่วไป เช่น บวม แดง เจ็บ ช้ำ คัน หรือเกิดก้อนบริเวณที่ฉีด และมีความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่รุนแรง เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ เนื้อตาย หรือภาวะหลอดเลือดอุดตัน จึงควรฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาค และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ หากมีอาการปวดรุนแรง ผิวซีดหรือเปลี่ยนสี รวมถึงการมองเห็นผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที

09 ทำ Sculptra กับเครื่องยกกระชับพร้อมกันได้ไหม?

แพทย์อาจวางแผน Sculptra ร่วมกับเครื่องยกกระชับให้ได้ในบางราย แต่ไม่ควรสรุปว่าสามารถทำพร้อมกันได้ทุกคน เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยของการใช้ Sculptra ร่วมกับอุปกรณ์อื่นก่อนหรือภายในวันเดียวกันยังมีข้อจำกัด ลำดับหัตถการและระยะห่างจึงควรให้แพทย์กำหนดเป็นรายบุคคล

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนการรักษาโดยแพทย์ได้ ผลลัพธ์และผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ปรึกษาหมอฟรี กังนัมคลินิก 43 สาขาใกล้บ้าน

Scroll to Top
gangnamclinicthailand