วัคซีน HPV คือหัวใจสำคัญในการป้องกันมะเร็งที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดตั้งแต่อายุน้อยหรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยติดเชื้อหรือมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังคงได้รับประโยชน์จากการฉีดเพื่อป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับเข้าสู่ร่างกาย
ในบทความนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักกับวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ว่าคืออะไร เหมาะกับใครบ้าง พร้อมคำแนะนำในการฉีดวัคซีน เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงภัยเงียบที่อาจแฝงตัวอยู่ และสามารถวางแผนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างถูกต้อง
ทำความรู้จักวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV และความสำคัญในการป้องกันโรค

วัคซีน HPV (Human Papillomavirus) คือ การฉีดสารป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก และยังป้องกันมะเร็งอื่น ๆ เช่น มะเร็งช่องคลอด, ทวารหนัก, ช่องปากหรือลำคอ รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ ซึ่งการฉีดวัคซีนนี้จะช่วยป้องกันเชื้อ HPV ได้ทั้งสายพันธุ์ที่มีเสี่ยงสูงเช่น 16, 18 และสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด เช่น 6, 11 เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคที่เกี่ยวข้อง
ชนิดของวัคซีน HPV มีกี่สายพันธุ์ อะไรบ้าง
วัคซีน HPV (Human Papillomavirus) คือ การฉีดสารป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก และยังป้องกันมะเร็งอื่น ๆ เช่น มะเร็งช่องคลอด, ทวารหนัก, ช่องปากหรือลำคอ รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ ซึ่งการฉีดวัคซีนนี้จะช่วยป้องกันเชื้อ HPV ได้ทั้งสายพันธุ์ที่มีเสี่ยงสูงเช่น 16, 18 และสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด เช่น 6, 11 เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคที่เกี่ยวข้อง
ชนิดของวัคซีน HPV มีกี่สายพันธุ์ อะไรบ้าง
วัคซีน HPV จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดหลัก ๆ คือ วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์, วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ และวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกัน ดังนี้
วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์
วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ คือวัคซีนที่ป้องกันไวรัส HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยเฉพาะ และยังช่วยป้องกันมะเร็งช่องคลอดและปากช่องคลอดได้ด้วย
วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์
วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ คือวัคซีนที่ป้องกันไวรัส HPV ที่ครอบคลุม 4 สายพันธุ์หลัก คือ 6, 11, 16 และ 18 ซึ่งสายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ วัคซีนชนิดนี้จึงช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก หูดหงอนไก่ และมะเร็งที่เกี่ยวข้องได้ในผู้หญิงและผู้ชาย
วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์
วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ คือวัคซีนที่ป้องกันไวรัส HPV ชนิดเชื้อตายที่ป้องกันไวรัส HPV ได้มากที่สุด 9 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งปากช่องคลอด, มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายได้อย่างครอบคลุม
ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีน HPV
วัคซีน HPV เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายเพื่อป้องกันมะเร็งและโรคจากไวรัส HPV โดยจะมีประสิทธิภาพสูงสุดคือก่อนมีเพศสัมพันธ์ แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ยังสามารถฉีดได้ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ยังไม่เคยได้รับมาก่อน โดยแบ่งเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมได้ดังนี้
- ผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุ 9-26 ปีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์มาก่อน
- ผู้ที่มีอายุ 27-45 ปี ซึ่งแม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังได้รับประโยชน์จากการป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยติดเชื้อ
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่เคยมีรอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูก หรือหูดหงอนไก่
วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม ตอนไหนบ้าง
การฉีดวัคซีน HPV จะมีจำนวนเข็มที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับช่วงอายุ และจะมีระยะห่างในการฉีดต่อเข็มที่แตกต่างกัน ดังนี้
- อายุ 9-14 ปี เป็นช่วงอายุที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี จึงฉีดเพียง 2 เข็ม โดยจะมีระยะเวลาห่างกัน 6 เดือนนับจากวันที่ฉีดเข็มแรก
- อายุ 15-45 ปี ต้องฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม เพื่อให้ภูมิคุ้มกันเพียงพอต่อการป้องกัน โดยเข็มที่ 2 จะฉีดห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับวัคซีนสายพันธุ์ที่ฉีด และเข็มที่ 3 หลังจากฉีดเข็มที่ 2 4-5 เดือน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับวัคซีน HPV

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อวัคซีนได้อย่างเหมาะสม ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการฉีดวัคซีนจึงควรทราบข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน ดังนี้
- แจ้งประวัติการแพ้ยา/วัคซีน, โรคประจำตัว, ยาที่กิน, และประวัติภูมิแพ้ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสม
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันเข้ารับการฉีด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตามปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย
- หากมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนก่อนเข้ารับการฉีด
- งดกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะในวันฉีด เช่น การออกกำลังกายหนัก
การดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีน HPV
การดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีน HPV ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วและสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ซึ่งหลังฉีดวัคซีนจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือทำงานหนัก
- ถ้ามีอาการปวด บวม แดงที่แขน ให้ใช้ผ้าเย็นประคบ 10-15 นาที
- พยายามขยับแขนที่ฉีดเบา ๆ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและลดอาการปวดได้มากขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตามปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- หากมีไข้หรือปวดกล้ามเนื้อ สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามที่แพทย์แนะนำ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. หลังฉีดวัคซีน
ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีน HPV
แม้ว่าวัคซีน HPV จะเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่อาจมีข้อควรระวังสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่แพ้รุนแรงหรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
- ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ไม่แนะนำให้ฉีดเพราะเพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์
- ผู้ที่ป่วยเฉียบพลันหรือมีไข้สูง แนะนำให้เลื่อนการฉีดออกไปจนกว่าจะหายดี
- ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด
- ผู้มีอาการแพ้ชนิดรุนแรง หรือภาวะภูมิไวเกินต่อวัคซีน
โปรโมชั่น ฉีดวัคซีน HPV ที่กังนัมคลินิก ราคาเท่าไหร่

สำหรับใครที่กำลังมองหาแพ็กเกจวัคซีนที่คุ้มค่า โปรแกรมตรวจสุขภาพ กังนัมคลินิกมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายขึ้น ในราคาสบายกระเป๋า ดังนี้
- แพ็กเกจเหมาจ่าย 3 เข็ม ราคาเพียง 14,990 บาท (จากราคาปกติ 17,500 บาท)
- สิทธิพิเศษการผ่อนชำระ สามารถเลือกผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือน
- หมายเหตุ ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์ (Medical fees) จำนวน 334 บาทต่อเข็ม
ทำไมต้องฉีดแบบเหมา 3 เข็ม?
สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป คำแนะนำในการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV คือต้องฉีดให้ครบ 3 เข็มเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้เพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค การเลือกแพ็กเกจเหมาจ่ายจึงช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการแยกจ่ายเป็นรายครั้ง
สรุป เจาะลึกวัคซีน HPV คืออะไร? ฉีดกี่เข็ม เตรียมตัวอย่างไร
การฉีดวัคซีน HPV เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการป้องกันเชื้อไวรัสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งช่องคลอด, มะเร็งทวารหนัก รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหูดหงอนไก่ เหมาะสำหรับเด็กหญิงและเด็กชายที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ใหญ่ทั้งเพศหญิงและเพศชายที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ สำหรับใครที่สนใจฉีดวัคซีน HPV สามารถติดต่อสอบถามได้ทุกสาขาทั่วประเทศ










