ในยุคที่การดูแลผิวพรรณไม่เพียงแค่การบำรุงแค่ภายนอกเท่านั้น แต่กลับเปลี่ยนเป็นการดูแล ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายจากภายใน เพื่อผิวที่ดีสู่ภายนอก และนวัตกรรมนั้นคือ Rejulight จึงทำให้หลายคนมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย กังนัมคลินิกได้รวบรวมคำถามยอดฮิตก่อนฉีด Rejulight มาไว้ในบทความนี้ เพื่อให้ผู้ที่อยากฉีดได้มีข้อมูลเอาไว้ตัดสินใจ รวมถึงวิธีการเช็กยาของแท้ งั้นเราไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย
รู้จัก Rejulight คืออะไร

Rejulight หรือ Vitaran PN คือ สารสกัดบริสุทธิ์ที่สกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอนในทะเลธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทำให้มีความบริสุทธิ์ที่สูงสุด มีความเข้มข้นที่เหมาะสม และมีความหนืดที่พอดี เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวก็จะสามารถเริ่มกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ได้ทันที โดยสามารถกระจายตัวได้อย่างดี โดยไม่จับตัวเป็นก้อน
รวมคำถามยอดฮิตก่อนฉีด Rejulight

หลายคนมักมีคำถามที่สงสัยก่อนที่จะฉีด Rejulight เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ กังนัมคลินิกจึงได้รวบรวมทุกคำถาม ตอบทุกข้อสงสัย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปตัดสินใจได้
ฉีด Rejulight ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
Rejulight สามารถช่วยทำให้ผิวอิ่มฟู รูขุมขนกระชับเรียบเนียน ให้ผิวมีความชุ่มชื้น และเพิ่มความกระจ่างใส คล้ายกับผิวกระจก รวมถึงสามารถช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้อีกด้วย
ทำไมต้องเป็น DNA ของปลาแซลมอน
DNA ของปลาแซลมอน คล้ายกับ DNA ของมนุษย์เรามากถึง 98% จึงทำให้ร่างกายไม่มองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมเมื่อมีการฉีดเข้าร่างกาย ทำให้มีลดโอกาสในการแพ้หรืออักเสบได้
ฉีด Rejulight บริเวณไหนได้บ้าง
ฉีด Rejulight ในตำแหน่งที่สำคัญหลัก ๆ ได้แก่ บริเวณทั่วใบหน้า แก้ม หน้าผาก ร่องน้ำตา ลำคอ หลังมือ รวมถึงบริเวณรอบดวงตาที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ
Rejulight ต้องฉีดกี่ครั้งจึงจะเห็นผล
แนะนำว่าควรฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่เมื่อฉีดจะเริ่มเห็นผลในเรื่องของความชุ่มชื้นภายใน 3-7 วันหลังจากฉีด
ฉีด Rejulight เจ็บไหม
การฉีด Rejulight นั้นมีความเจ็บที่เล็กน้อย อยู่ในระดับที่ทนได้ มีความรู้สึกเหมือนกับมดกัดเท่านั้น เพราะมีการแปะยาชาก่อนทำการฉีดเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว
ผลลัพธ์หลังจากฉีด Rejulight อยู่ได้นานแค่ไหน
หลังจากฉีด Rejulight ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดูแลตัวเองหลังฉีด และจำนวนครั้งที่ฉีด
ฉีด Rejulight มีผลข้างเคียงไหม
การฉีด Rejulight อาจมีผลข้างเคียงจากรอยเข็มเล็ก ๆ หรืออาจจะมีตุ่มนูน แต่จะเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น โดยจะสามารถหายได้เองภายใน 12-24 ชั่วโมง
Rejulight ต่างจาก ฟิลเลอร์ อย่างไร
Rejulight เป็นการเน้นการฟื้นฟูผิว ทำการปรับสภาพผิวให้มีความแข็งแรง ต่างจากฟิลเลอร์ที่เป็นการเติมเต็มร่องลึกให้ผิวกลับมากระชับ เต่งตึง
ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีด Rejulight
ผู้ที่เหมาะกับการฉีด ได้แก่ ผู้ที่มีผิวเหนื่อยล้า มีปัญหารูขุมขนกว้าง มีริ้วรอยแรกเริ่ม มีรอยแดง รอยสิว รวมถึงผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำต้องการความชุ่มชื้นให้กับผิว
ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Rejulight
ผู้ที่ไม่ควรฉีด Rejulight ได้แก่ ผู้ที่แพ้ปลาแซลมอน ผู้ที่มีโรคที่เกี่ยวกับผิวในบริเวณที่ทำการฉีด เช่น ผิวหนังอักเสบ และผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
วิธีเช็กยาแท้ที่ Gangnam Clinic

หลักการสำคัญที่สุดในการฉีด Rejulight คือการฉีดตัวยาที่เป็นของแท้ ที่สามารถตรวจสอบได้ โดย วิธีเช็กยาแท้ที่ Gangnam Clinic เพื่อให้มั่นใจและปลอดภัย มีดังนี้
- ทำการขอเช็กกล่องหรือขวดของ Rejulight ก่อนเปิด เพื่อตรวจสอบว่ายังไม่มีการแกะเพื่อใช้งานมาก่อน
- ทำการตรวจสอบเลข อย. และสติกเกอร์ของบริษัทผู้นำเข้าที่ถูกต้อง
- เช็กกล่องและเลข Lot โดยกล่องต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ มีการระบุเลข Lot ของการผลิตที่ชัดเจน และสามารถนำเลขไปตรวจสอบได้
- เช็กหน้างานกับแพทย์ โดยแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่เพื่อขอเช็กตัวยาก่อนเริ่มฉีดทุกครั้ง
สรุป รวมคำถามยอดฮิตก่อนฉีด Rejulight หน้าใส
จากที่หลายคนเกิดคำถาม ข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการฉีด Rejulight กังนัมคลินิกได้ทำการรวบรวมและตอบทุกประเด็นที่มีการสงสัย เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ที่อยากดูแลและฟื้นฟูผิวให้มีความแข็งแรงจากรากฐาน ให้ผิวมีความอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ เห็นผลได้จริงและมีความปลอดภัย ผ่านการทำ Rejulight โปรแกรมที่เหมาะกับการลงทุนสำหรับอนาคตของผิว










