หลายคนคงมักจะได้ยินเทคโนโลยี Monopolar RF แต่ยังมีข้อสงสัยว่า เทคโนโลยี Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง บทความนี้จะพามาอัปเดตรุ่นฮิต พร้อมเปรียบเทียบเครื่อง Monopolar RF รุ่นที่ได้รับความนิยม เพื่อให้ได้เข้าใจเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กับปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด
ทำความรู้จักกับ Monopolar RF คืออะไร

Monopolar RF หรือ Monopolar Radio Frequency เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว จึงทำให้ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ได้ลึกว่า RF รูปแบบอื่น ๆ ทำหน้าที่ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ อีกทั้งยังช่วยสลายไขมันบางส่วนได้ โดย Monopolar RF ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่เห็นผลลัพธ์อย่าชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด เช่น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย รวมถึงปัญหาไขมันสะสมบริเวณเหนียงหรือแก้มได้
หลักการทำงาน
หลักการทำงานของ Monopolar RF เป็นการส่งพลังงานไปยังชั้นผิว ทำให้เกิดความร้อนลึก ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่เกิดการหย่อนคล้อยเกิดการหดตัว ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นการฟื้นฟูของร่างกายให้เริ่มสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะสามารถเห็นผลได้ชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 3-6 เดือน จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวที่แน่นกระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์
Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง

เครื่อง Monopolar RF ในตลาดความงามมีหลากหลายชนิดที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแต่รุ่นยอดฮิตนั้นก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่มีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้
Oligio X กังนัมคลินิกเลือกใช้
- จุดเด่น : Oligio X รุ่นอัปเกรดพลังงานสูงขึ้น (400W) พร้อมระบบ Dual Mode (G&X) ช่วยทั้งงานผิวและสลายไขมัน ระบบคูลลิ่งเย็นกว่าเดิม 2 เท่า
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat)
- ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่นลึกแต่ผิวชั้นบนเย็นจัด สบายผิวและเจ็บน้อยลงกว่ารุ่นเดิม
Oligio (รุ่นเก่า)
- จุดเด่น : เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากประเทศเกาหลี ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิว และมีระบบคูลลิ่งที่ช่วยปกป้องผิว
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ (Dermis)
- ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่นไปจนถึงร้อน แต่ยังมีความผ่อนคลาย
Thermage FLX
- จุดเด่น : Thermage FLX เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน โดยมีระบบที่ช่วยปรับพลังงานให้เหมาะสมกับผิวที่เรียกว่า AccuREP
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis)
- ความรู้สึกขณะทำ : จะรู้สึกร้อนในชั้นผิว
Density
- จุดเด่น : เป็นเทคโนโลยีที่รวมคลื่น Monopolar และ Biopolar RF ไว้ในหัวเดียวกัน
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นผิวหนังแท้และชั้นผิวหนังกำพร้า (Dermis & Epidermis)
- ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่น สบาย
Volnewmer
- จุดเด่น : เป็นการใช้พลังงาน RF แบบต่อเนื่อง พร้อมด้วยระบบสั่นเพื่อช่วงเบี่ยงเบนความรู้สึก
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นหนังแท้ (Dermis)
- ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกอุ่น
XTHERMA
- จุดเด่น : เป็นการเน้นการใช้พลังงานเพื่อกระชับผิวควบคู่ไปกับการสลายไขมันใต้ชั้นผิว
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : ชั้นไขมันใต้ผิว
- ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกร้อนลึก
XERF
- จุดเด่น : ใช้พลังงานแบบ 2 ความถี่ (Dual-Frequency Monopolar RF) ทำให้พลังงานสามารถลงได้หลายชั้นผิวพร้อมกัน
- ชั้นผิวที่ส่งพลังงาน : หลายชั้นผิว
- ความรู้สึกขณะทำ : รู้สึกร้อนลึก
งานวิจัยที่รองรับประสิทธิภาพของ Monopolar RF
เทคโนโลยี Monopolar RF มีผลการศึกษาทางคลินิกยืนยันว่า คลื่นความถี่ 6.78 MHz (ในเครื่องมาตรฐานอย่าง Oligio X หรือ Thermage) สามารถส่งความร้อน 40-60°C ลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้น Collagens Remodeling ช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่องนาน 3-6 เดือน
นอกจากนี้ งานวิจัยในวารสารด้านผิวหนังยังระบุว่าพลังงานที่ส่งลงลึกถึงชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) มีส่วนช่วยในการสลายไขมัน (Lipolysis) ทำให้แก้มและเหนียงดูยุบลง พร้อมกับระบบ Intelligent Cooling System ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความเจ็บขณะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกเครื่อง Monopolar RF อย่างไรให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเอง

การเลือกเครื่อง Monopolar RF ควรเลือกให้เหมาะสมกับปัญหาผิว และความต้องการในการแก้ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังต่อไปนี้
ปัญหาผิวบาง กังวลเรื่องความเจ็บ
เหมาะกับเครื่องที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีระบบคูลลิ่งที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้ เช่น Oligio, XERF หรือ Density จะช่วยทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายผิวในขณะที่ทำ
ปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีไขมันที่แก้มหรือเหนียง
เหมาะกับเครื่องที่เน้นการส่งพลังงานที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน เพื่อช่วยลดไขมันสะสมพร้อมกับช่วยกระชับผิว เช่น Thermage หรือ XTHERMA
ปัญหาผิวที่หลากหลายและต้องการแก้ไขพร้อมกัน
เหมาะกับการใช้เครื่องที่มีหลากหลายคลื่นความถี่ เพราะสามารถดูแลผิวได้หลากหลายระดับความลึกในครั้งเดียว เช่น Density หรือ XERF
Monopolar RF เหมาะกับใครบ้าง

การใช้เทคโนโลยี Monopolar RF นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิว ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ
- ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดเจน และไม่ต้องการผ่าตัด
- ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณเหนียง แก้ม ร่องแก้ม มากเกินไป
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนในผิว เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์
ใครบ้างไม่เหมาะกับการใช้เครื่อง Monopolar RF
ถึงแม้ว่าเครื่อง Monopolar RF จะไม่มีความอันตราย แต่ในคนบางกลุ่ม อาจเกิดความเสี่ยงได้ โดยผู้ที่ไม่เหมาะหรือควรระวัง มีดังนี้
- สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อ บริเวณที่ทำ
- ผู้ที่มีการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีอุปกรณ์โลหะฝั่งอยู่ในร่างกาย
- ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งเพื่อประเมินสภาพผิว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Monopolar RF
Monopolar RF ต่างจาก Hifu หรือ Ulthera อย่างไร?
A: Monopolar RF (เช่น Oligio X, Thermage) จะใช้ “คลื่นวิทยุ” เน้นการสลายไขมันแก้ม/เหนียง และทำให้ผิวแน่นเฟิร์ม (Skin Tightening) ส่วน Hifu/Ulthera จะใช้ “คลื่นอัลตราซาวด์” เน้นการดึงหน้าในชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของโครงสร้างหน้าครับ
ทำไมต้องเลือกเครื่อง Oligio X ที่กังนัมคลินิก?
A: เพราะ Oligio X เป็นรุ่นใหม่ที่อัปเกรดพลังงานสูงขึ้นเป็น 400W และมีระบบ Dual Mode (G&X) ที่ช่วยทั้งกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือระบบคูลลิ่งเย็นกว่าเดิม 2 เท่า ทำให้ทำได้สบายผิวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บครับ
ต้องทำบ่อยแค่ไหน และเห็นผลเมื่อไหร่?
A: จะเริ่มเห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20% และเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนสร้างใหม่สมบูรณ์ ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับเครื่องและสภาพผิว) แนะนำทำปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงความอ่อนเยาว์ครับ
หลังทำต้องพักฟื้นไหม?
A: ไม่ต้องพักฟื้นครับ หลังทำผิวอาจมีรอยแดงชมพูระเรื่อเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีครับ
ใครบ้างที่ไม่ควรทำ Monopolar RF?
A: ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker), สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโลหะในบริเวณที่ต้องการทำ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการครับ
Monopolar RF ต่างจาก Hifu หรือ Ulthera อย่างไร?
A: Monopolar RF (เช่น Oligio X, Thermage) จะใช้ “คลื่นวิทยุ” เน้นการสลายไขมันแก้ม/เหนียง และทำให้ผิวแน่นเฟิร์ม (Skin Tightening) ส่วน Hifu/Ulthera จะใช้ “คลื่นอัลตราซาวด์” เน้นการดึงหน้าในชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของโครงสร้างหน้าครับ
สรุป Monopolar RF มีเครื่องอะไรบ้าง? อัปเดตรุ่นฮิต 2026 พร้อมเปรียบเทียบ
เครื่อง Monopolar RF มีหลากหลายรุ่น โดยแต่ละเครื่องนั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ช่วยแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Oligio, Thermage, Density หรือ โปรแกรม XERF โดยสิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้ ควรเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล และอยู่ภายในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม มีประสิทธิภาพอย่างที่ต้องการ และที่สำคัญมีความปลอดภัย
สำหรับคนที่สนใจโปรโมชั่น หรือข้อมูลหัตถการต่างๆ สามารถแอดไลน์ @gangnamclinic และช่องทาง Facebook เพื่อสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติม และสามารถเข้ามาปรึกษาหมอฟรี ที่กังนัมคลินิกใกล้บ้านคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
อ้างอิง:
Dermatologic Surgery Journal & Journal of Drugs in Dermatology (Non-invasive RF Tightening & Lipolysis Study).










