13 ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ถ้าไม่อยากให้หน้าดูแข็งหลังฉีด

ฟิลเลอร์คือเป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมาก และเป็นที่รู้จกกันอย่างกว้างขวางในแวดวงความงาม เพราะนอกจากจะช่วยเติมเต็มในส่วนดูขาดหายไปบนใบหน้าให้กลับมาสวยสดใส ดูอ่อนวัยแล้ว การเติมฟิลเลอร์ยังสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้มีมิติตามแบบที่เราต้องการได้อีกด้วย

สามารถเลือกอ่านบทความที่น่าสนใจได้ดังต่อไปนี้

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic acid หรือ HA ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มี ความปลอดภัยสูงเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มผิวหนังเพื่อให้ผิวหนังดูเต่งตึงขึ้นนอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ แท้จะช่วยเติมเต็มผิวที่ยุบไปเพราะการทำงานที่เสื่อมสภาพของคอลลาเจน หรือเนื่องจากคอลลาเจนในส่วนนั้น หยุดทำงาน ให้กลับมาอวบอิ่ม อีกครั้ง ซึ่งฟิลเลอร์เปรียบเสมือนโปรตีนสำคัญของผิวที่ทำหน้าที่คล้ายกับสปริง ของผิวหนัง เมื่อสปริงไม่เด้งผิวหนังก็จะยุบตัวลง จึงเป็นที่มาของ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ความชราของผิวพรรณ นั่นเอง

ฉีดฟิลเลอร์ VS ฉีดไขมัน ข้อดีและข้อจำกัด มีอะไรบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็มที่สกัดมาจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยเข้าสู่ร่างกายใบนิเวณที่ต้องการใหเดูอิ่มฟูขึ้น หรือเติมเต็มในตำแห่งที่มีการยุบตัวของกล้ามเนื้อหรือไขมันที่มาจากกระบวนการของร่างการ

ข้อดี

– เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังการทำ

– สามารถคงสภาพได้นาน (ขึ้นอยู่กับอายุของฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น)

– ไม่ใช้การผ่าตัดดันั้นจึงไม่ต้องพักฟื้น        

– สามารถปั้นให้ได้รูปทรงตามที่เราต้องการ

– ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน

– มีความเรียบเนียบไม่เป็นคลื่น

ข้อจำกัด

– ต้อเลือกทำกับคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เท่านั้น

– ต้องเลือกใชฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น

ฉีดไขมัน เป็นการใช้ไขมันที่ดูดออกมาจากส่วนใจส่วนหนึ่งของร่างการเพื่อฉีดเข้าไปเติมเต็มในจุดที่ต้องการ ซึ่งการฉีดไขมันของตัวเองเป็นวิธีมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการเติมเต็มที่ไม่ใช้สิ่งแปลกปลอม เข้าสู่ร่างกาย

ข้อดี

– ไขมันเป็นส่วนประก่อบของร่างกายทำให้ร่างกายไม่ต่อต้าน

– ให้ความเป็นธรรมชาติ

– ไขมันที่ใช้เป็นไขมันตัวเองจึงไม่สามารถมีของปลอมได้

ข้อจำกัด

– สามารถยุบตัวได้ไวกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากระบบการเผาผลาญของร่างกาย

– หากแพทย์ขาดความเชี่ยวชาญอาจทำให้ไขมันเป็นคลื่นได้

– ไม่สามารถ Control การยุบตัวของไขมันได้ ทำให้อาจจะต้องมาฉีดซ้ำหลายรอบ

– ให้ความรู้สึกเจ็บหลังทำ และต้องมีเวลาพักฟื้น

ฟิลเลอร์เหมาะกับฉีดจุดไหนได้บ้าง? ปริมาณเท่าไหร่?

1. ฟิลเลอร์หน้าผาก 3 – 5 cc

2. ฟิลเลอร์ขมับ 2 – 4 cc

3. ฟิลเลอร์ปาก 1 – 2 cc

4. ฟิลเลอร์คาง 1 – 2 cc

5. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1- 3 cc

6. ฟิลเลอร์ใต้ตา 2 – 4 cc

7. ฟิลเลอร์จมูก 1 cc

8. ฟิลเลอร์แก้มส้ม 1 – 2 cc

ทำไมฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าดูแข็ง?

การฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าดูแข็งอาจมีหลายสาเหตุ เช่น

  1. การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป
  2. แพทย์ขาดความชำนาญทำให้ฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง เช่น การฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ตื้นเกินไป
  3. การใช้ฟิลเลอร์ผิดประเภท เนื่องจากฟิลเลอร์มีหลายประเภท หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการฉีด
  4. การใช้ฟิลเลอร์ของปลอมอาจทำให้ฟิลเลอร์จับตัวกันเป็นก้อนแข็งๆได้

ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานมียี่ห้ออะไรบ้าง? แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์อาจจะมีมากมายหลายยี่ห้อ แต่ฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิกเลือกใช้จะมี  ยี่ห้อหลักดังนี้

1. Restylane (สวีเดน) มีจุดเด่นคือ ขนาดโมเลกุลฟิลเลอร์ที่ทำให้คุณสมบัติของฟิลเลอร์ สามารถเลือกใช้ ได้หลากหลาย และเหมาะกับความต้องการ และ ปัญหาผิวหน้าของคนไข้ในแต่ละจุด สามารถนำมาฉีดได้ หลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องแก่ม เติมเต็มริ้วรอยต่างๆ ทั้งร่องลึก ร่องตื้น 

2. Juvederm (อเมริกา) เป็นบริษัทเดียวกับผู้ผลิตโบท็อกอเมริกา Allergan ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ จากทั่วโลกว่ามีคุณภาพและความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Hylacross ที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์ทนต่อการขยับ เพราะมีความยืดหยุนสูง และเก็บกักน้ำได้ดี เหมาะกับการฉีด ร่องลึก และเทคโนโลยี Vycross ที่มีการยึดเกาะของโมเลกุลสูง ทำให้มีความเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ 

3. Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) มีทั้งฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเนื้อแข็ง ที่เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความอยู่ทรง ทนทาน และฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่เหมาะกับการฉีดจุดที่ต้องการความยืดหยุ่นมีการขยับบ่อยๆ

4. Perfectha (ฝรั่งเศส)  เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับการยอมรับและมีการจัดจำหน่ายมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ด้วยนวัตกรรม E-Brid Technology ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความหนืดให้กับฟิลเลอร์ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ สามารถคงตัวได้ดี แต่กลับมีโครงสร้างแข็งแรง ให้ตัวฟิลเลอร์คงอยู่ได้ยาวนาน 

เลือกรุ่นฟิลเลอร์ยังไงให้ผลลัพธ์หลังฉีดออกมาเป็นธรรมชาติ

การเลือกฉีดฟิลเลอร์ให้ดูเป็นธรรมชาติควรเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับบริเวณที่จะฉีด เช่น บริเวณที่ต้อง ขยับบ่อยๆ ควรใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นสูง และ เลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเนื้อแข็งในจุดที่ต้อง การความคงตัวสูง เพื่อความเป็นธรรมชาติ

วิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้-ปลอม

1. ฟิลเลอร์แท้ต้องมีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่อง ฟิลเลอร์ปลอมไม่มีภาษาไทยระบุ

2. ฟิลเลอร์ของแท้ต้องมีราคาระบุและมีวันหมดอายุระบุอยู่ข้างกล่อง

3. ฟิลเลอร์แท้ต้องมีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับเป็นภาษาไทย

4. ฟิลเลอร์แท้ต้องมีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมซึ่งเป็นสติ๊กเกอร์ที่สะท้องแสงป้องกันการลอกเรียนแบบ

5. ฟิลเลอร์แท้ต้องมีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง

6. ฟิลเลอร์แท้กล่องจะต้องถูกซีลมาอย่างดี

7. ฟิลเลอร์แท้จะสามารถโทรเช็คเลข Lot ได้กับบริษัทจะหน่ายได้

8. ฟิลเลอร์แท้ไม่มีขายตามอินเตอร์เนตอย่างแน่นอน

เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี?

1. ต้องฉีดกับคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ

2. คลินิกต้องมีชื่อเสียงและต้องได้รับการรับรองมาตารฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. ฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นของแท้เท่านั้น

4. คลินิกต้องสามารถเปิดเผยข้อมูลของตัวยาได้

5. สามารถปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจได้

6. ต้องไม่เลือกฉีดกับหมอกระเป๋า เนื่องจากอาจมีปัญหาอีกมากมานตามมา

ฉีดฟิลเลอร์แล้วต้องขูดออกจริงหรือไม่?

การฉีดฟิลเลอร์หากได้รับการฉีดฟิลเลอร์จากผู้เชี่ยวชาญ และ เป็นฟิลเลอร์ของแท้ที่ผ่านมาตรฐานการรับรอง ความปลอดภัยแล้ว ไม่จำเป็นต้องขูดออก เพราะตัวฟิลเลอร์จะสามารถย่อยสลายได้เองโดยเอนไซม์ ทำให้ฟิลเลอร์สลายออกไปได้หมดโดยไม่เหลือตกค้างที่ร่างกาย

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานเท่าไหร่?

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะมีระยะเวลาของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งฟิลเลอร์ที่ได้มาตารฐาน และ ผ่านการรับรอง จะสามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณของ HA และ เทคโนโลยีการผลิตของฟิลเลอร์แต่ละตัว หลังจากนั้นจะสลายไปเองโดยไม่ทิ้งสารตกค้างให้กับร่ายกาย เช่น

1. Restylane (สวีเดน)

 Restylane Vital light อยู่ได้ 6-12 เดือน

Restylane Perlane lyft อยู่ได้ 12 เดือน

Restylane Volyme อยู่ได้ 18 เดือน

Restylane Defyne อยู่ได้ 18 เดือน

Restylane Refyne อยู่ได้ 12 เดือน

Restylane Classic อยู่ได้ 12 เดือน

2. Juvederm (อเมริกา)

Juvederm Ultra Plus อยู่ได้ 12 เดือน

Juvederm Volift อยู่ได้ 12 เดือน

Juvederm Volite อยู่ได้ 8-12 เดือน

Juvederm Volbella อยู่ได้ 12 เดือน

Juvederm Voluma อยู่ได้ 18 เดือน

3. Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

Belotero Intense อยู่ได้ 18 เดือน

Belotero Volume อยู่ได้ 18 เดือน

4. Perfectha (ฝรั่งเศส)  

Perfectha Subskin อยู่ได้ 12 เดือน

ฉีดฟิลเลอร์เจ็บมั้ย?

กาฉีดฟิลเลอร์อาจจะมีอาการเจ็บอยู่บ้าง ซึ่งเป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ แต่โดยปกติแล้วหากคนไข้ มีความกังวล ก่อนการฉีดฟิลเลอร์สามารถขอฉีดยาชาหรือการทายาชาเพื่อลดความเจ็บในขณะทำได้ค่ะ แต่โดยทั่วไปแล้วไม่เจ็บอย่างที่จิตนาการไว้แน่นอนไม่ต้องกังวลไปค่ะ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิก

รวมรีวิวการฉีดฟิลเลอร์แท้โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญที่กังนัมคลินิก จะเห็นได้ว่าหลังการฉีดฟิลเลอร์แล้ว จะมีความเป็นธรรมชาติมาก ใบหน้าดูสดใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิกเลือกใช้ จะมีหลายตัวด้วยกันเพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุด และเป็นฟิลเลอร์ที่เราเชื่อว่า มีคุณภาพดีที่สุด

ฟิลเลอร์แท้ที่กังนัมคลินิกราคาเท่าไหร่?

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ ปัญหาและปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ โดยคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินแบบเคสต่อเคส ซึ่งราคาการฉีดฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิกมีดังนี้

1. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เริ่มต้น 25,869 บาท

2. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ เริ่มต้น 17,246 บาท

3. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เริ่มต้น 17,246 บาท

4. ฉีดฟิลเลอร์แก้มลูกส้ม เริ่มต้น 10,662 บาท

5. ฉีดฟิลเลอร์จมูก เริ่มต้น 17,246 บาท

6. ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เริ่มต้น 8,623 บาท

7. ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก เริ่มต้น 8,623 บาท

8. ฉีดฟิลเลอร์คาง เริ่มต้น 8,623 บาท

สรุป

ฟิลเลอร์แท้ คือสารเติมเต็มที่ผลิตมาจาก Hyaluronic acid หรือ HA ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อใช้เติมเต็มในส่วนที่ผิวหนังยุบลงไป หรือ ในส่วนที่มีริ้วรอย ร่องลึกต่างๆบนในหน้า ปรับรูปหน้าให้สวย สดใส และอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัด โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายใดๆกับร่งกาย แต่ต้องเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ฉีดกับหมอแท้เท่านั้นนะคะ ขอย้ำ!! เพราะเกิดหลวมตัวไปฉีดฟิลเลอร์ปลอมกับหมอกระเป๋าแล้วล่ะก็ อาจมีปัญหาให้แกไขกันอีกยาวแน่ๆ

Scroll to Top