FILLER (ฟิลเลอร์)

 

             filler.jpg (359 KB)

 

1.ฟิลเลอร์คืออะไร?

          สารเติมเต็มผิวหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า เดอร์มอล ฟิลเลอร์ (Dermal filler) คือ สารไฮยารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid ) หรือ HA เป็นสารที่รับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลกแล้ว เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของคอลลาเจน มีโครงสร้างประกอบกันเป็นร่างแหด้วยวิธีการทางเคมี ซึ่งมีอยู่แล้วในเซลล์ผิว มีความปลอดภัยสูง 

2.ฟิลเลอร์มีคุณสมบัติอย่างไร ?

         คุณสมบัติของฟิลเลอร์ ช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข เติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง หรือเพิ่มปริมาตรให้กับผิว  เทียบได้กับการติดสปริงให้กับผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับขึ้น ผิวเรียบเสมอกัน ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างชัดเจน รวมไปถึงการปรับรูปหน้า เติมเต็มรูปหน้าให้สมส่วน ได้รูปยิ่งขึ้น และจะสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถนำฟิลเลอร์ มาเติมเติมได้ทุกส่วนของผิว

3.จุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

                                           filler1cc.jpg (70 KB)

-ฉีดฟิลเลอร์คาง

เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและยาวขึ้น

-ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เติมเต็มร่องแก้มที่ลึก ลดปัญหาแก้มตอบ สาเหตุทำให้ดูแก่ก่อนวัย

-ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ขมับ
เติมเต็มบริเวณใบหน้าผากที่แบบทำให้นูนดูมีมิติและสวยเข้ารูป

-ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 
เติมเต็มริ้วรอยใต้ตาให้ดูไม่ลึก

-ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก 
เติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เติมริ้วรอยร่องมุมปาก

-ฉีดฟิลเลอร์จมูก

ช่วยให้จมูกโด่งได้ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม

-ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มหลุมแผลเป็น

-ฉีดฟิลเลอร์ midface

ตัวอย่างฟิลเลอร์

        restylane.jpg (45 KB)

" Restylane "

        Juvederm.jpg (45 KB)

" Juvederm "

4.ประเภทของฟิลเลอร์

ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างโบท็อกซ์กับฟิลเลอร์ ให้จำง่ายๆว่าฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม มี 3 ประเภท

          1.แบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้ประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ  

          2.แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบที่ 1 สามารถอยู่ถึง 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

          3.แบบถาวร (Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มแบบ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สามารถสลายได้องตามธรรมชาติ และ อาจมีผลข้างเคียงระยะยาว     

5.ฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้เห็นผล ปลอดภัย

                   11078649_790553211029063_1287551782_n.jpg (23 KB)

          หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ แต่แพทย์มักจะให้รอดูผลลัพธ์สักระยะ เพราะตอนนั้นน้ำที่บวมอยู่ก็จะหมดไปแล้ว หากยังต้องการเติมตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มได้ ทั้งนี้ โดยส่วนมากผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว  เพิ่มมากหรือน้อยขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน หรือ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมากสารมักสลาย เร็วก่อนบริเวณอื่น ขอแนะนำว่าให้เลือกฉีดฟิเลอร์กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น และอย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ และสารฟิลเลอร์มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ จะได้มั่นใจไร้กังวลเรื่องผลข้างเคียง

ตัวอย่างเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ :

           14701123_392401254447271_1425914539383193600_n.jpg (64 KB)

          Restylane vital โมเลกุลเล็ก เหมาะสำหรับใช้ฉีดใต้ตา,ปาก

          Restylane lidocain เหมาะสำหรับฉีดคาง,จมูก

          Restylane perlane เหมาะสำหรับฉีดแก้มตอบ

          perlane  เหมาะสำหรับใช้ฉีด Midface 

         10885352_1634728610074176_6895812483596398326_n.jpg (107 KB)

6.การดูแลก่อนฉีดฟิลเลอร์

          อย่าลืมงดยาและอาหารเสริมบางประเภท โดยเฉพาะยาในกลุ่มยา บรรเทาปวด NSAIDs เช่น 
Ibuprofen Aspirin เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวม หรือรอยช้ำบริเวณตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ 
รวมถึงอาหารเสริมบางประเภท เช่น วิตามินอี แปะก๊วย น้ำมันปลา ซึ่งอาจมีผลทำให้แผลช้ำ 
เลือดหยุดไหลช้า

7.หลังการฉีดฟิลเลอร์

- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ความร้อนบริเวณที่ฉีด 2 สัปดาห์

- ไม่ควรออกกำลังกายให้เหงื่อออกมาก เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงมากขึ้นบริเวณที่ฉีด

- หลังฉีดทันทีไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด หรือปั้นเอง ในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้

- หลังฉีดควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากโดยเฉพาะ วันแรก ของหลัง เพราะ Filler เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ Fillerที่ทำการเติมเต็มเข้าไปนั้นอยู่ได้นานขึ้น และช่วยให้น้ำจับกับโมเลกุล ของ Filler ที่ฉีด ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

8.ฟิลเลอร์มีโอกาสไหลได้หรือไม่? 

ฟิลเลอร์นั้นมีโอกาสไหลได้เสมอ สาเหตุจากกรณีต่างๆ คือ

          1.  การเลือกประเภทของฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม ทั้งที่เป็นฟิลเลอร์ของแท้ที่มีอยู่ได้เกิน 5 ปีหรือว่ากึ่งถาวรแต่ใช้จำนวนเยอะเกินไป หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม 

          2. เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับผิวตำแหน่งนั้น โดยเลือกที่ความละเอียดของโมเลกุลมากเกินไป หรือใหญ่เกินไป ทำให้หนัก หน่วงต่อผิว ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ได้

           หากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ จะไม่สามารถเลือกประเภทของฟิลเลอร์ มาใช้ให้เหมาะกับแต่ละ area บนหน้าได้ถูกต้อง เพราะแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า จะใช้จำนวน และขนาดโมเลกุลของ filler ที่ต่างกัน รวมไปถึงเทคนิคการฉีดที่ถูกต้องได้

                               รูปภาพ 3.JPG (66 KB)

" แต่สำหรับที่กังนัมคลินิก สำหรับคนที่กลัวการฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบัน มีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และมีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เป็นอย่างมาก จึงไม่มีความเสี่ยงที่ฟิลเลอร์จะไหลและเป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เข้ารับการรักษา "

*ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

สายด่วนความงาม : 0906653616   0982697450

" REVIEW ฉีดฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิก "

          รีวิว.jpg (1013 KB)

        คาง 1CC.jpg (215 KB)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง

        ฟิลเลอร์ร่องแก้ม530x530.jpg (263 KB)

        ร่องแก้ม 2cc.jpg (234 KB)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

        fillerปากFB.jpg (235 KB)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปาก

          gangnum-clinic_3.jpg (50 KB)

Copyright © 2014-Unlimited GangnamClinicThailand.com All Rights Reserved.